Royal Decree on Digital Platform

เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก หน้า ๑๗ ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

พระราชกฤษฎีกา

การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล
ที่ต้องแจ้งให้ทราบ
พ.ศ. ๒๕๖๕

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ

พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕
เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นธุรกิจบริการ ที่ต้องแจ้งให้ทราบ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง และวรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการ แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕”

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป


หน้า ๑๘
เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้

“บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล” หมายความว่า การให้บริการสื่อกลางทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกันโดยใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ระหว่างผู้ประกอบการผู้บริโภค หรือผู้ใช้บริการ เพื่อให้เกิดธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะคิดค่าบริการหรือไม่ก็ตาม แต่ไม่รวมถึงบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีไว้เพื่อเสนอสินค้าหรือบริการของผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลรายเดียวหรือบริษัทในเครือซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว ไม่ว่าจะเสนอสินค้าหรือบริการแก่บุคคลภายนอกหรือแก่บริษัทในเครือ

“ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายความว่า บุคคลซึ่งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ

“ผู้ประกอบการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งเสนอสินค้าหรือบริการต่อผู้บริโภคผ่านบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล

“ผู้บริโภค” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับสินค้าหรือบริการ หรือได้รับการเสนอหรือการชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ประกอบการ เพื่อให้ได้รับสินค้าหรือบริการ และให้หมายความรวมถึงผู้ใช้สินค้าหรือผู้ได้รับบริการโดยชอบ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้ประกอบการ

“ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และให้หมายความรวมถึงผู้ประกอบการและผู้บริโภคด้วย

“ค่าบริการ” หมายความรวมถึงค่าตอบแทน ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายอื่น และบรรดาเงินหรือทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวกับการให้บริการซึ่งเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ

“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า

(๑) กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น

(๒) รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

(๓) องค์การมหาชนที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

(๔) หน่วยงานของรัฐสภา

(๕) หน่วยงานของศาล ในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี

(๖) องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาท

(๗) องค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย


หน้า ๑๙
เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

(๘) นิติบุคคล คณะบุคคล หรือบุคคลซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการดำเนินงานของรัฐไม่ว่าในการใด ๆ

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือผู้ซึ่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๔ พระราชกฤษฎีกานี้มิให้ใช้บังคับแก่กรณีดังต่อไปนี้

(๑) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(๒) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ให้บริการโดยหน่วยงานของรัฐที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจการค้าโดยตรงหรือไม่เป็นการให้บริการที่มีลักษณะเพื่อแสวงหากำไรเป็นหลัก และได้แจ้งให้สำนักงานทราบแล้ว การให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามวรรคหนึ่งต้องประกันความโปร่งใส ความเป็นธรรม หรือมีมาตรฐานการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ เมื่อสำนักงานร้องขอข้อมูลหรือเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานตาม (๑) ที่ได้จัดเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลหรือร้องขอข้อมูลหรือเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงาน ตาม (๒) ให้หน่วยงานดังกล่าวส่งหรือเชื่อมโยงข้อมูลให้สำนักงานตามรายการที่คณะกรรมการกำหนดโดยปรึกษาหารือกับหน่วยงานดังกล่าว

มาตรา ๕ การควบคุมดูแลบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามกฎหมายต่าง ๆ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้ เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายใดกำหนดการควบคุมดูแลบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเรื่องใดไว้โดยเฉพาะ และมีหลักเกณฑ์ที่ประกันความโปร่งใส ความเป็นธรรม หรือมีมาตรฐานการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๖ การแจ้งการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล การส่งข้อมูล เอกสารหรือรายงาน การแจ้งเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจ การออกใบรับแจ้งและการออกคำสั่งของสำนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการเผยแพร่ข้อมูลและรายงานตลอดจนการดำเนินการอื่นตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้ดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก


หน้า ๒๐
เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

ให้ถือว่าสำนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับการแจ้ง ได้รับข้อมูล เอกสาร หรือรายงาน ตามวันและเวลาที่การแจ้ง ข้อมูล เอกสาร หรือรายงานนั้น เข้าสู่ระบบของสำนักงาน เว้นแต่วัน หรือเวลานั้นเป็นวันหรือเวลานอกทำการของสำนักงาน ให้ถือว่าสำนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้รับในเวลาเริ่มทำงานของวันทำการถัดไป

มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรักษาการ ตามพระราชกฤษฎีกานี้

หมวด ๑
การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล

มาตรา ๘ ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เป็นธุรกิจบริการที่ต้องแจ้งให้สำนักงานทราบก่อนการประกอบธุรกิจ

(๑) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ในราชอาณาจักรเกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นบุคคลธรรมดา หรือ เกินห้าสิบล้านบาทต่อปี ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นนิติบุคคล

(๒) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีจำนวนผู้ใช้บริการในราชอาณาจักรเกินห้าพันรายต่อเดือน โดยคำนวณจากการใช้งานเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลังตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกาศกำหนด

หลักเกณฑ์ตาม (๑) และ (๒) ไม่ใช้บังคับแก่บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะ ตามมาตรา ๑๘ (๒) หรือ (๓) ที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามข้อเสนอแนะของสำนักงาน

คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดลักษณะของการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ไม่ต้องแจ้งให้ สำนักงานทราบก่อนการประกอบธุรกิจได้ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจ ความเหมาะสมในการควบคุมดูแล และการป้องกันความเสียหายที่เกิดจากผลกระทบดังกล่าว

ในกรณีที่บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งไม่มีลักษณะตามวรรคหนึ่ง หรือได้รับยกเว้นตามวรรคสาม ให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าวแจ้งให้สำนักงานทราบก่อนการประกอบธุรกิจ ถึงรายการโดยย่อตามมาตรา ๑๒ (๑) มาตรา ๑๒ (๒) (ก) (ข) และ (ค) และมาตรา ๑๒ (๕) ตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด และไม่ต้องปฏิบัติตามหมวด ๒ หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจ บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลและการควบคุมดูแล แต่ต้องแจ้งข้อมูลดังกล่าวและข้อมูลตามมาตรา ๑๒ (๒)


หน้า ๒๑
เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

(ง) และ (จ) และมาตรา ๑๒ (๓) (ข) ให้สำนักงานทราบทุกปีตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด
ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี
ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล

ในกรณีที่สำนักงานพบว่าบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลไม่ปฏิบัติตามวรรคสี่ ให้สำนักงานแจ้งให้
ผู้ประกอบธุรกิจที่ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลนั้นดำเนินการตามวรรคสี่ภายในระยะเวลาที่กำหนด
ในกรณีที่ผู้นั้นไม่ดำเนินการ ให้สำนักงานประกาศการไม่ปฏิบัติตามวรรคสี่ให้สาธารณชนทราบ
ผ่านช่องทางตามมาตรา ๑๔ ด้วย

มาตรา ๙ ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งประกอบธุรกิจอยู่นอกราชอาณาจักร แต่ให้บริการ
แก่ผู้ใช้บริการซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร ต้องแจ้งการประกอบธุรกิจต่อสำนักงานตามมาตรา ๘ ด้วย

มาตรา ๑๐ ให้ถือว่าบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลนอกราชอาณาจักรที่มีลักษณะอย่างใด
อย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เป็นการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร

(๑) มีการแสดงผลโดยแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นภาษาไทย

(๒) มีการจดทะเบียนแพลตฟอร์มดิจิทัลโดยใช้ชื่อโดเมน “.th” หรือ “.ไทย” หรือชื่ออื่น
ที่หมายถึงประเทศไทย หรือใช้ชื่อโดเมนภาษาไทย

(๓) มีการกำหนดโดยแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ชำระเงินหรือสามารถเลือกชำระเงินเป็นสกุลเงินบาท

(๔) มีเงื่อนไขให้ใช้กฎหมายไทยเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับแก่ธุรกรรมซื้อขายสินค้าหรือบริการ
ที่ได้ทำบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือกำหนดให้ดำเนินคดีในศาลไทย

(๕) มีการจ่ายค่าบริการแก่ผู้ให้บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยให้
ผู้ใช้บริการในราชอาณาจักรเข้าถึงบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจเป็นการเฉพาะ

(๖) มีการจัดตั้งสำนักงาน หน่วยงาน หรือมีบุคลากรเพื่อให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือ
ผู้ใช้บริการในราชอาณาจักร

(๗) มีลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ๑๑ เพื่อประโยชน์ในการแจ้งการประกอบธุรกิจตามมาตรา ๙ และการปฏิบัติ
ตามหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๗ วรรคสามและวรรคสี่ มาตรา ๒๒
มาตรา ๒๓ และมาตรา ๒๔ ให้ผู้ประกอบธุรกิจแต่งตั้งผู้ทำหน้าที่ประสานงานกับสำนักงานในราชอาณาจักร


หน้า ๒๒
เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

โดยทำเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้ท่านน้าที่ดังกล่าวต้องอยู่ในราชอาณาจักร โดยต้องไม่ดำเนินการในลักษณะที่เป็นการประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

การแต่งตั้งผู้ประสานงานภายในราชอาณาจักรตามวรรคหนึ่ง ไม่ถือเป็นการกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดตั้งธุรกิจในราชอาณาจักร

มาตรา ๑๒ ผู้ซึ่งประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้แจ้งข้อมูลและหลักฐาน ตามรายการดังต่อไปนี้ต่อสำนักงาน

(๑) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล
(ก) ชื่อ-สกุล หรือชื่อนิติบุคคล
(ข) เลขประจำตัวประชาชนหรือเลขทะเบียนนิติบุคคล
(ค) ที่อยู่
(ง) รอบระยะเวลาบัญชี กรณีนิติบุคคล
(จ) ช่องทางการติดต่อ

(๒) ข้อมูลเกี่ยวกับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล
(ก) ชื่อบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล
(ข) ประเภทบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ในกรณีที่มีบริการหลายประเภทให้ระบุบริการทุกประเภทที่ให้บริการในราชอาณาจักร
(ค) ช่องทางการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น ยูอาร์แอล (URL) หรือแอปพลิเคชัน
(ง) มูลค่าการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (ถ้ามี)
(จ) รายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในราชอาณาจักร (ถ้ามี)
(ฉ) สัดส่วนของรายได้จากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในราชอาณาจักรต่อรายได้จากการให้บริการแพลตฟอร์มดังกล่าวทั้งหมดของผู้ประกอบธุรกิจ (ถ้ามี)

(๓) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ (ถ้ามี)
(ก) ประเภทของผู้ใช้บริการ เช่น ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค ผู้ทำงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัล
(ข) จำนวนรวมของผู้ใช้บริการและจำนวนของผู้ใช้บริการแต่ละประเภท
(ค) ประเภทของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ขนส่งสินค้า ผู้ให้บริการคลังสินค้า
(ง) จำนวนรวมของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องและจำนวนของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องแต่ละประเภท


หน้า ๒๓
เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

(๔) ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนที่มีจำนวนมากที่สุดจำนวนห้าลำดับแรก
(ก) จำนวนและประเภทเรื่องร้องเรียน (ถ้ามี)
(ข) การจัดการเรื่องร้องเรียนและการระงับข้อพิพาท

(๕) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประสานงานในราชอาณาจักร ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจประกอบธุรกิจอยู่ในการชดชนจาก

(๖) คำยินยอมให้สำนักงานเข้าถึงข้อมูลที่ได้แจ้งตาม (๑)

แบบการแจ้งให้เป็นไปตามที่สำนักงานประกาศกำหนด

คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดให้ผู้ซึ่งประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลแจ้งข้อมูลซึ่งมิใช่ความลับทางการค้าเพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งก็ได้

มาตรา ๑๓ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแบบการแจ้งข้อมูลพร้อมทั้งหลักฐานตามมาตรา ๑๒ แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับแจ้งในวันที่รับแจ้งนั้น และให้ผู้แจ้งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลได้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบรับแจ้งดังกล่าว

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแบบการแจ้งข้อมูลและหลักฐาน ในกรณีที่พบว่าการแจ้งไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนตามมาตรา ๑๒ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนทั้งสิ้นในคราวเดียวกัน และนำผลการแก้ไขมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่แก้ไขหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจนั้นหยุดการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลนั้น นับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาจนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่ดำเนินการตามวรรคสามภายในระยะเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่หยุดการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ถอนการรับแจ้งของผู้นั้นออกจากรายเป็นการรับแจ้งและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้นั้นทราบโดยเร็ว

มาตรา ๑๔ ให้สำนักงานจัดให้มีทะเบียนการรับแจ้งเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกานี้ และจัดให้มีช่องทางเพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบรายชื่อและสถานะของผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบรับแจ้งและที่ถูกถอนการรับแจ้งจากทะเบียนการรับแจ้งโดยระบุเหตุผลที่ถูกถอนการรับแจ้ง


หน้า ๒๔
เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

หมวด ๒
หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล
และการควบคุมดูแล

มาตรา ๑๕ ให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งข้อมูลตามมาตรา ๑๒ ทุกปี ตามแบบที่สำนักงาน
ประกาศกำหนด ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือหกสิบวัน
นับแต่วันสิ้นปีบัญชี ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล
ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งให้สำนักงานทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
ตามมาตรา ๑๒ (๑) มาตรา ๑๒ (๒) (ก) (ข) และ (ค) และมาตรา ๑๒ (๕)
มาตรา ๑๖ บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังต่อไปนี้ ต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบเกี่ยวกับ
ข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการตามมาตรา ๑๗ ก่อนหรือขณะใช้บริการ
(๑) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะดังนี้
(ก) ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการโดยคิดค่าบริการ
(ข) ให้บริการเป็นสื่อกลางในการเสนอสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภค ไม่ว่าธุรกรรม
ที่เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการนั้นจะเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้งหมดหรือบางส่วน และ
(ค) ผู้ประกอบธุรกิจมีสัญญากับผู้ประกอบการในการเสนอสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภค
(๒) บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ (search engine)

มาตรา ๑๗ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมในการให้บริการ
ให้ผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๖ ประกาศข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการให้ผู้ใช้บริการทราบ
อย่างชัดเจนและเหมาะสม ก่อนหรือขณะเข้าใช้บริการ อย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้
(๑) เงื่อนไขในการให้บริการ การระงับหรือการหยุดให้บริการ และการคิดค่าบริการ
(๒) ปัจจัยหลักของอัลกอริทึมหรือของหลักเกณฑ์ที่ผู้ประกอบธุรกิจใช้ในการจัดอันดับหรือ
แนะนำรายการสินค้าหรือบริการแก่ผู้ใช้บริการ
(๓) ปัจจัยหลักของอัลกอริทึมหรือของหลักเกณฑ์ที่ผู้ประกอบธุรกิจใช้ในการประเมิน
ความพึงพอใจและการแสดงความคิดเห็นของผู้ใช้บริการ


หน้า ๒๕
เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

(๕) การเข้าถึงและการใช้งานข้อมูลที่ได้รับจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ใช้บริการ

(๖) ช่องทางการให้ความช่วยเหลือ กระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียน และการระงับข้อพิพาท รวมทั้งกรอบระยะเวลาในการดำเนินการดังกล่าว

(๗) การจัดระดับการนำเสนอสินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่เหมาะสมต่อผู้ใช้บริการแต่ละกลุ่ม

(๘) การดำเนินการต่อสินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย

เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามมาตรานี้ของผู้ประกอบธุรกิจ ให้สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดรายละเอียดการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่แจ้งให้สำนักงานและผู้ใช้บริการทราบด้วยตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

ให้ผู้ประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่งยื่นรายงานการดำเนินการตามมาตรานี้ทุกปีตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด

ให้สำนักงานเผยแพร่รายงานหรือข้อมูลในรายงานตามวรรคสี่ให้สาธารณชนทราบผ่านช่องทางตามมาตรา ๑๔ ด้วย

มาตรา ๑๘ ให้ถือว่าบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังต่อไปนี้ เป็นบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่หรือบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะ

(๑) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ซึ่งมีรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในราชอาณาจักรแต่ละประเภทบริการเกินสามร้อยล้านบาทต่อปี หรือรวมทุกประเภทบริการเกินหนึ่งพันล้านบาทต่อปี หรือมีจำนวนผู้ใช้บริการในราชอาณาจักรเกินจำนวนร้อยละสิบของจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามประกาศ เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักรที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร โดยคำนวณจากการใช้งานเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลังตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกาศกำหนด

(๒) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะอันเนื่องมาจากความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางการเงินและการพาณิชย์ ความน่าเชื่อถือและยอมรับในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสาธารณชน และมีผลกระทบในระดับสูงที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจบริการ


หน้า ๒๖
เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

แพลตฟอร์มดิจิทัลนั้น ตามหลักเกณฑ์การประเมินระดับผลกระทบของการประกอบธุรกิจบริการ
แพลตฟอร์มดิจิทัลที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

(๓) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ สุขภาพอนามัย
สิ่งแวดล้อม การพลังงาน การสื่อสารและโทรคมนาคม การขนส่งและโลจิสติกส์ และการสาธารณูปโภค
ซึ่งคณะกรรมการประกาศกำหนดให้เป็นบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะโดยข้อเสนอ
ของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบ

เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติตามมาตรานี้ ให้สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
ประกาศกำหนดว่าบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่หรือบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะ
ประเภทใดหรือรายใด มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ หรือมาตรา ๒๑ แล้วแต่กรณี

มาตรา ๑๙ นอกจากหน้าที่อื่นที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการ
แพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ตามมาตรา ๑๘ (๑) ที่สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
ประกาศกำหนดตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง มีหน้าที่ประเมินความเสี่ยง รวมทั้งมีมาตรการการบริหาร
ความเสี่ยงดังกล่าว มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ การจัดการภาวะวิกฤติ การแต่งตั้ง
เจ้าหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย การตรวจสอบโดยผู้ตรวจประเมินภายนอก และ
การดำเนินการอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ๒๐ นอกจากหน้าที่อื่นที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการ
แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๑๘ (๒) ที่สำนักงานโดยความเห็นชอบของ
คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง มีหน้าที่ประเมินความเสี่ยง รวมทั้ง
มีมาตรการการบริหารความเสี่ยงดังกล่าว และการดำเนินการอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ๒๑ นอกจากหน้าที่อื่นที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการ
แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๑๘ (๓) ที่สำนักงานโดยความเห็นชอบ
ของคณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง มีหน้าที่ประเมินความเสี่ยง รวมทั้ง
มีมาตรการการบริหารความเสี่ยงดังกล่าว และการดำเนินการอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการร่วม

มาตรา ๒๒ ให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งดำเนินการตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ หรือมาตรา ๒๑
มีหน้าที่ยื่นรายงานการดำเนินการดังกล่าวต่อสำนักงานทุกปี ตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด


หน้า ๒๗
เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

มาตรา ๒๓ ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการ ให้ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๑๘ (๒) หรือ (๓) ที่สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง ต้องรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการด้วยโดยมีระยะเวลาการรับฟังความคิดเห็นอย่างน้อยสิบห้าวัน และต้องแจ้งให้สำนักงานทราบ เว้นแต่การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการนั้นเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

ไม่น้อยถึงฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการ

(๑) เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย

(๒) เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้บริการ

(๓) เพื่อให้ครอบคลุมบริการใหม่หรือบริการที่ปรับปรุง

(๔) เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการ

(๕) เพื่อลดภาระหรือเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ใช้บริการ

(๖) เพื่อให้เป็นไปตามที่สำนักงานประกาศกำหนด

ในกรณีที่สำนักงานเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการไม่มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการหรือกระทบต่อความเป็นธรรมในการใช้บริการ สำนักงานอาจมีคำสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๘ (๒) หรือ (๓) ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นหรือแก้ไขข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการตามมาตรา ๑๗ ให้เกิดความเป็นธรรม ภายในระยะเวลาที่กำหนด

มาตรา ๒๔ ให้คณะกรรมการทบทวนการกำหนดบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่และบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง รวมทั้งหน้าที่เพิ่มเติมของบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าวตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ ทุกปี

มาตรา ๒๕ ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีมาตรการการบรรเทาความเสียหายและการชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยมาตรการ ดังต่อไปนี้

(๑) กระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียน

(๒) ช่องทางการให้ความช่วยเหลือผู้ใช้บริการซึ่งได้รับความเสียหายจากการใช้บริการ

(๓) มาตรการอื่นที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ๒๖ นอกจากต้องดำเนินการตามมาตรา ๒๕ แล้ว ผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๘ วรรคสอง ต้องจัดให้มีมาตรการการบรรเทาความเสียหายและการชดใช้หรือเยียวยา


หน้า ๒๘
เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

ผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ดังต่อไปนี้ ไว้ในข้อตกลง และเงื่อนไขการให้บริการด้วย

(๑) ขั้นตอนและมาตรการการดูแลผู้ใช้บริการซึ่งได้รับความเสียหายจากการใช้บริการ

(๒) ขั้นตอนการเยียวยาความเสียหายและการแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ใช้บริการทราบ

(๓) การระบุสาระสำคัญของสัญญาประกันภัยที่ผู้ประกอบธุรกิจได้ทำไว้ในกรณีเกิดความเสียหาย (ถ้ามี)

(๔) มาตรการอื่นที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ๒๗ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง ได้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามระยะเวลาที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือ พระราชกฤษฎีกานี้ และไม่มีปัญหาอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด สำนักงานอาจออก เครื่องหมายแสดงการรับรองหรือข้อความอื่นในท่านองเดียวกัน ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจจะแสดงหรือเผยแพร่ได้

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการออกเครื่องหมายแสดงการรับรองหรือข้อความอื่น ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ๒๘ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งให้สำนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนวันที่จะเลิกประกอบธุรกิจ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่สำนักงานประกาศกำหนด

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๘ วรรคสอง ประสงค์จะเลิก ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ผู้ประกอบธุรกิจต้องดำเนินการตามวรรคหนึ่งไม่น้อยกว่า หนึ่งร้อยยี่สิบวันก่อนวันที่จะเลิกประกอบธุรกิจ และให้แจ้งแผนและมาตรการในการดูแลผู้ใช้บริการ ให้สำนักงานทราบด้วย

เพื่อประโยชน์ในการทำแผนและมาตรการตามวรรคสอง คณะกรรมการมีอำนาจประกาศ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ผู้ประกอบธุรกิจชดใช้หรือเยียวยาผู้ใช้บริการซึ่งได้รับความเสียหาย จากการใช้บริการ หรือการอื่นที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการ

ให้ผู้ประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่งและวรรคสองประกาศให้ผู้ใช้บริการทราบการแจ้งเลิก การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามมาตราหนึ่งที่ได้แจ้งให้สำนักงานทราบ โดยให้ ผู้ประกอบธุรกิจตามวรรคสองแจ้งแผนและมาตรการในการดูแลผู้ใช้บริการไปพร้อมกันด้วย


หน้า ๒๙
เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

มาตรา ๒๙ เพื่อประโยชน์ในการชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ก่อนออกใบรับแจ้งการเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ประกอบธุรกิจได้ดำเนินการตามแผนและมาตรการตามมาตรา ๒๘ วรรคสอง ครบถ้วนแล้ว หากได้ดำเนินการครบถ้วน และไม่พบผู้ใช้บริการซึ่งได้รับความเสียหาย จากการใช้บริการ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับแจ้งการเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ

มาตรา ๓๐ ให้ถือว่าการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นอันเล็ก เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกใบรับแจ้งการเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ

ให้สำนักงานประกาศการเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลให้สาธารณชนทราบ ผ่านช่องทางตามมาตรา ๑๔ ด้วย

มาตรา ๓๑ ให้สำนักงานจัดให้มีช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนกลางที่เกิดจากการให้บริการ แพลตฟอร์มดิจิทัลโดยผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อเป็นช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนของผู้ใช้บริการ โดยให้ รายงานผลการดำเนินการต่อคณะกรรมการทุกปี

ให้นำความในวรรคหนึ่ง มาใช้บังคับแก่บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามมาตรา ๘ วรรคสี่ ด้วยโดยอนุโลม และให้สำนักงานมีอำนาจขอความร่วมมือบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าว ในการแก้ไขเรื่องร้องเรียนที่สำนักงานได้รับด้วย

มาตรา ๓๒ ให้สำนักงานมีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดทำแนวปฏิบัติ ที่ดีหรือมีกลไกในการกำกับดูแลตนเองที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของ ผู้ใช้บริการที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของบริการที่ได้จากผลการประเมินความเสี่ยง และมาตรการส่งเสริม ให้เกิดความเข้าใจอันดีและเป็นที่ยอมรับร่วมกันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ใช้บริการ และหน่วยงานของรัฐ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง สำนักงานอาจจัดทำคู่มือเพื่อเป็นแนวทาง ให้ผู้ประกอบธุรกิจใช้ในการดำเนินการได้

หมวด ๓
การถอนการรับแจ้งการประกอบธุรกิจ

มาตรา ๓๓ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือ เงื่อนไขตามที่กำหนดในหมวด ๒ หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลและ


หน้า ๓๐
เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

การควบคุมดูแล หรือตามประกาศของคณะกรรมการหรือของสำนักงาน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจนั้นให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องและครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดดังกล่าว

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งตามวรรคหนึ่งภายในระยะเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่งห้ามการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ถอนการรับแจ้งของผู้นั้นออกจากทะเบียนการรับแจ้งและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้นั้นทราบโดยเร็ว

ให้สำนักงานประกาศการถูกถอนออกจากทะเบียนการรับแจ้งให้สาธารณชนทราบผ่านช่องทางตามมาตรา ๑๔ ด้วย

หมวด ๔
ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐ

มาตรา ๓๔ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานของรัฐ” เรียกโดยย่อว่า “คณะกรรมการร่วม” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองประธานกรรมการ คนที่หนึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นรองประธานกรรมการ คนที่สอง ปลัดกระทรวงแรงงาน เลขาธิการ ก.พ.ร. อัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้แทนหน่วยงานอื่นซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ

ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขาธิการ และให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขาธิการ


หน้า ๓๑
เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามมาตรา ๓๕ คณะกรรมการร่วมอาจมีมติให้เชิญผู้ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่จะพิจารณาเข้าร่วมประชุมเป็นครั้งคราวในฐานะกรรมการด้วยได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้ซึ่งได้รับเชิญและมาประชุมมีฐานะเป็นกรรมการสำหรับการประชุมครั้งที่ได้รับเชิญนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

มาตรา ๓๕ ให้คณะกรรมการร่วมมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

(๑) ให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาแก่คณะกรรมการและผู้อำนวยการในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกฤษฎีกานี้

(๒) สอดส่องดูแล ให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาแก่หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกานี้

(๓) พิจารณาและวินิจฉัยกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ที่ประกันความโปร่งใสความเป็นธรรม หรือมาตรฐานตามมาตรา ๔ วรรคสอง และมาตรา ๕

(๔) ให้คำแนะนำการกำหนดลักษณะของการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องแจ้งตามมาตรา ๘ วรรคสาม และการกำหนดลักษณะการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ถือว่าเป็นการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลแก่ผู้ใช้บริการซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๐ (๗)

(๕) เสนอแนะแนวทางการดำเนินการตามมาตรา ๑๘

(๖) เสนอแนะแนวทางการกำหนดหน้าที่เพิ่มเติมสำหรับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๒๑ และการทบทวนการกำหนดบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่และบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะ รวมทั้งหน้าที่เพิ่มเติมตามมาตรา ๒๔

(๗) เสนอแนะแนวทางการกำหนดมาตรการการบรรเทาความเสียหาย และการชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๘ วรรคสาม

(๘) ประสานให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๓๙ และในการอื่นที่จำเป็น

(๙) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือปฏิบัติการอื่นตามที่คณะกรรมการร่วมมอบหมาย

(๑๐) ปฏิบัติการอื่นตามพระราชกฤษฎีกานี้และตามที่คณะกรรมการมอบหมาย


หน้า ๓๒
เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจที่กำหนดในวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการร่วมค้านึงถึง
การลดความซ้ำซ้อนที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติตามกฎของหน่วยงานของรัฐ การอำนวยความสะดวก
ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจและผู้ใช้บริการ การชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจ
บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย

มาตรา ๓๖ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณา
ทางปกครอง ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับแก่การประชุมของ
คณะกรรมการร่วมและคณะอนุกรรมการด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๓๗ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายที่อยู่ใน
ความรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐ ทำให้หน่วยงานของรัฐนั้นมีความจำเป็นต้องขอข้อมูลที่สำนักงาน
ได้รับจากการแจ้งให้ทราบตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้สำนักงานร่วมมือโดยให้ข้อมูลดังกล่าวแก่หน่วยงานนั้น
โดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

มาตรา ๓๘ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบธุรกิจและลดความซ้ำซ้อน
ในการขอข้อมูล ในกรณีที่สำนักงานจำเป็นต้องใช้ข้อมูลซึ่งหน่วยงานของรัฐได้มีการขอหรือจัดเก็บจาก
ผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ประกอบการไว้แล้ว สำนักงานอาจขอให้หน่วยงานดังกล่าวเปิดเผย หรือเชื่อมโยง
ข้อมูลเช่นว่านั้นแก่สำนักงาน และให้หน่วยงานของรัฐนั้นให้ความร่วมมือดำเนินการดังกล่าวแก่สำนักงาน
โดยไม่ชักช้า

มาตรา ๓๙ เพื่อประโยชน์ในการบังคับใช้กฎหมายและพระราชกฤษฎีกานี้ สำนักงาน
อาจขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานของรัฐหรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ
ที่กฎหมายให้ไว้แก่หน่วยงานของรัฐหรือคณะกรรมการนั้น ต่อผู้ประกอบธุรกิจและผู้ใช้บริการ ซึ่งฝ่าฝืน
หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกานี้ได้

ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การที่หน่วยงานของรัฐขอความร่วมมือจากสำนักงานด้วย
โดยอนุโลม

หมวด ๕
การอุทธรณ์

มาตรา ๔๐ คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ให้อุทธรณ์ต่อผู้อำนวยการ


หน้า ๓๓
เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยคณะกรรมการร่วม สำนักงาน หรือผู้อำนวยการให้อุทธรณ์ ต่อคณะกรรมการ

มาตรา ๔๑ ผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ใช้บริการ และผู้ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากคำสั่ง ทางปกครองที่ออกตามพระราชกฤษฎีกานี้ อาจอุทธรณ์คำสั่งโดยยื่นต่อสำนักงาน พนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ที่คำสั่ง หรือต่อผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๔๐ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง หรือนับแต่วันที่รู้หรือควรจะรู้ถึงคำสั่งดังกล่าว แล้วแต่กรณี

คำอุทธรณ์ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรลงลายมือชื่อผู้อุทธรณ์ โดยระบุข้อโต้แย้งและ ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิงประกอบด้วย

ให้ผู้รับคำอุทธรณ์ออกใบรับคำอุทธรณ์ ลงวัน เดือน ปีที่รับ และลายมือชื่อผู้รับให้แก่ ผู้อุทธรณ์

มาตรา ๔๒ ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่วันรับอุทธรณ์ ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้แจ้ง ให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบระยะเวลา ทั้งนี้ ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์อาจขยายระยะเวลาพิจารณา อุทธรณ์ออกไปได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๔๓ ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับและธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าวเป็นธุรกิจที่ต้อง แจ้งให้ทราบก่อนการประกอบธุรกิจตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้ หากประสงค์จะประกอบธุรกิจ ต่อไป ให้แจ้งการประกอบธุรกิจตามพระราชกฤษฎีกานี้ต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ในระหว่างนั้น ให้ประกอบธุรกิจต่อไปได้

ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบตามวรรคหนึ่ง ผู้ใดประสงค์จะเลิก ประกอบธุรกิจภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นแจ้งการเลิกประกอบธุรกิจ ดังกล่าวต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ และให้นำความในมาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ และมาตรา ๓๐ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม


หน้า ๓๔
เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

มาตรา ๔๔ ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามมาตรา ๘ วรรคสี่ ซึ่งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้แจ้งรายการโดยย่อตามมาตรา ๑๒ (๑) มาตรา ๑๒ (๒) (ก) (ข) และ (ค) และมาตรา ๑๒ (๕) ตามแบบที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ประกาศกำหนด ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้นำความในมาตรา ๘ วรรคห้า มาใช้บังคับแก่ผู้ประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่งด้วยโดยอนุโลม

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี


หน้า ๓๕

เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันมีผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เป็นสื่อกลางทางออนไลน์จำนวนมาก ครอบคลุมลักษณะและประเภทธุรกิจที่หลากหลาย และมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น สมควรที่จะต้องกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการดังกล่าว เพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงินและการพาณิชย์ เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและยอมรับในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสาธารณชน โดยกำหนดให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นธุรกิจบริการที่ต้องแจ้งให้ทราบ รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลและการควบคุมดูแลเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และกำหนดกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลจัดทำแนวปฏิบัติที่ดีหรือมีกลไกในการกำกับดูแลตนเองที่เหมาะสมตลอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

Powered by Forestry.md