PDPC_Consult-07

เรื่อง นาย A ขอความเห็นกรณีการดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒

ข้อกฎหมาย

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
    มาตรา ๖ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง

  2. พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ข้อหารือ

นาย A ซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ B ได้ขอความเห็นกรณีการจัดทำรายงานการประชุมของคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ B (คณะกรรมการฯ) ที่ไม่มีการใส่ข้อผู้เข้าร่วมประชุมในรายงานการประชุม โดยระบุว่า รายชื่อของผู้เข้าร่วมประชุมเป็นไปตามเอกสารแนบ ต่อมาเมื่อได้รับการทักท้วงและสอบถามจากสมาชิก คณะกรรมการฯ ชี้แจงว่า คณะกรรมการฯ มีสิทธิที่จะทำรายงานการประชุมในลักษณะนี้ได้ เพราะผู้เข้าร่วมประชุมไม่ต้องการให้มีการเปิดเผยชื่อของตนในรายงานการประชุม โดยอ้างถึงพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ นาย A จึงขอหารือว่า คณะกรรมการฯ สามารถจัดทำรายงานการประชุมในลักษณะดังกล่าวได้หรือไม่ หากกระทำไม่ได้ การประชุมที่ผ่านมาในลักษณะเช่นนี้ จะถือว่าเป็นการประชุมที่ถูกต้องหรือไม่ และจะมีผลอย่างไรและต้องดำเนินการอย่างไร

ความเห็น

คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือและให้คำแนะนำหน่วยงานของรัฐเพื่อรองรับการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพิจารณาแล้วมีความเห็น ๒ ประเด็น ดังนี้

ประเด็นหารือที่หนึ่ง การจัดทำรายงานการประชุมของคณะกรรมการฯ โดยไม่เปิดเผยรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมในรายงานการประชุมโดยจัดทำรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมเป็นเอกสารแนบ สามารถจัดทำได้หรือไม่ คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือฯ เห็นว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ B (สหกรณ์ฯ) เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจและกำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งกรณีที่ขอหารือนี้เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการประชุมของคณะกรรมการฯ ซึ่งสหกรณ์ฯ จะต้องทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล


ตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้ ตามนัยมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. ๒๕๖๒ นอกจากนี้ มาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำ
การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อน
หรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ ดังนั้น
กรณีสหกรณ์ฯ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เข้าร่วมประชุมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งผู้เข้าร่วม
ประชุมไว้ ซึ่งรวมถึงวัตถุประสงค์ตามที่มาตรา ๒๔ (๑) ถึง (๖) แห่งพระราชบัญญัตินี้ให้อำนาจในการเก็บรวบรวม
ได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สหกรณ์ฯ ย่อมพิจารณากระทำการเกี่ยวกับข้อมูล
ส่วนบุคคล เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากผู้เข้าร่วม
ประชุม แต่หากสหกรณ์ฯ ได้แจ้งวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมขอความยินยอม
จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เข้าร่วมประชุมจะเข้าข่ายต้องได้รับความยินยอม
จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ตามนัยมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒

อนึ่ง คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือฯ มีข้อสังเกตว่า การที่สหกรณ์ฯ จะเปิดเผย
รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมดังกล่าวหรือไม่นั้น เป็นดุลพินิจของสหกรณ์ฯ แต่การใช้ดุลพินิจดังกล่าวควรเป็นไป
ตามวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อน
หรือในขณะเก็บรวบรวม และต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย กฎ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้องไม่ขัดต่อ
เจตนารมณ์ของการจัดทำรายงานการประชุม

ประเด็นหารือที่สอง การไม่ใส่ชื่อผู้เข้าร่วมประชุมในรายงานการประชุมของคณะกรรมการฯ
ที่ผ่านมาจะทำให้การประชุมนั้นถูกต้องหรือไม่ และจะมีผลอย่างไรและต้องดำเนินการอย่างไร
คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือฯ เห็นว่า ประเด็นนี้เป็นข้อหารือเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย
และความสมบูรณ์ของการประชุม ซึ่งต้องพิจารณาตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประชุม
ของสหกรณ์ฯ มิใช่การขอคำแนะนำหรือคำปรึกษาเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่จะพิจารณา
ให้ความเห็นได้

Powered by Forestry.md