PDPC_Consult-08

เรื่อง บริษัท ฆ. ขอปรึกษาเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒

ข้อกฎหมาย

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
    มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๖ มาตรา ๔๐ (๑) และมาตรา ๔๐ วรรคสาม

ข้อหารือ

บริษัท ฆ. มีวัตถุประสงค์ในกิจการบริการงานบริหารอาคาร และรับจ้างอื่น ๆ ซึ่งต้องมีการเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง จึงหารือเกี่ยวกับกิจกรรมของบริษัทฯ ที่เกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีประเด็นดังนี้

  1. กรณีบริษัทฯ มีการซื้อขายสินค้าและบริการกันระหว่างคู่สัญญาที่มีทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล แต่บริษัทฯ ต้องติดต่อประสานงานกับบุคคลธรรมดา ที่เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของคู่สัญญาบริษัทฯ จึงมีชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าว บริษัทฯ ต้องขอความยินยอมจากตัวแทนของคู่สัญญาหรือไม่ เนื่องจากข้อยกเว้นตามมาตรา ๒๔ (๓) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องเป็นคู่สัญญากับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

  2. กรณีที่บริษัทฯ รับจ้างเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด/หมู่บ้านจัดสรร หรือกรณีบริษัทฯ ไม่ได้เป็นผู้จัดการนิติบุคคลฯ แต่รับจ้างบริหารอาคาร/หมู่บ้าน บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกบ้าน/ผู้พักอาศัย เพื่อการออกใบแจ้งหนี้ การรักษาความปลอดภัย การระบุข้อมูลส่วนบุคคลในสติกเกอร์จอดรถ การทำทะเบียนผู้พักอาศัย และการให้บริการอื่น ๆ บริษัทฯ ต้องขอความยินยอมจากลูกบ้าน/ผู้พักอาศัยทั้งหมดหรือไม่ หรือเข้าข้อยกเว้นตามอนุมาตราใด

ความเห็น

คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือและให้คำแนะนำหน่วยงานของรัฐเพื่อรองรับการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้พิจารณาข้อหารือแล้ว เห็นว่า

ประเด็นหารือที่ ๑ การพิจารณาฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่หารือ แยกได้เป็น ๒ กรณี กล่าวคือ

กรณีที่ ๑ ในกรณีที่คู่ค้าหรือคู่สัญญาเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีนี้ บริษัทฯ อาจใช้ฐาน “การปฏิบัติตามสัญญา” ในกรณีที่เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้า


ทำสัญญานั้นตามมาตรา ๒๔ (๓) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งรวมถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลก่อนที่จะมีการทำสัญญาซื้อขายสินค้าและบริการระหว่างกันเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้ โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

กรณีที่ ๒ การที่บริษัทฯ เก็บรายชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องของลูกจ้างหรือตัวแทนของนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญาเพื่อการติดต่อประสานงาน จัดส่งใบเสนอราคาและเอกสารต่าง ๆ ตามคำขอของลูกจ้างหรือตัวแทนของนิติบุคคลนั้น

ในกรณีดังกล่าว บุคคลดังกล่าวข้างต้นไม่ใช่คู่สัญญาของบริษัทฯ บริษัทฯ จึงไม่สามารถอ้างฐาน “การปฏิบัติตามสัญญา” ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีนี้บริษัทฯ อาจพิจารณาใช้ฐานทางกฎหมายตามมาตรา ๒๔ (๕) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ในกรณีที่เป็นการจำเป็น “เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย” ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งประโยชน์ดังกล่าว มีความสำคัญไม่น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่ดระหนักว่าการดำเนินการดังกล่าวควรใช้ความระมัดระวังเพื่อคุ้มครองประโยชน์และป้องกันผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง และหลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลเกินความคาดหวังปกติในบริบทของการติดต่อทางธุรกิจ

อนึ่ง ในกรณีที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๒๖ อันได้แก่ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในท่านองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด บริษัทฯ ต้องพิจารณาว่ามีฐานทางกฎหมายตามมาตรา ๒๖ เพิ่มเติมด้วย

ประเด็นหารือที่ ๒ กรณีที่บริษัทฯ รับจ้างเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด/นิติบุคคลหมู่บ้าน จัดสรรซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดหรือจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน แล้วแต่กรณี หรือได้รับจ้างบริหารอาคารชุด/หมู่บ้าน จัดสรร มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้พักอาศัยเพื่อการออกใบแจ้งหนี้ การรักษาความปลอดภัย การระบุข้อมูลส่วนบุคคลในสติกเกอร์จอดรถ การทำทะเบียนผู้พักอาศัย และการให้บริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวของบริษัทฯ เป็นการดำเนินการในฐานะผู้รับจ้างซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (นิติบุคคลอาคารชุด/นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร) ในกรณีนี้ บริษัทฯ ไม่ใช่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จึงไม่มีฐานะเป็น “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” แต่มีฐานะเป็น “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒


ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีฐานทางกฎหมายตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๔ หรือมาตรา ๒๖ แล้วแต่กรณี หน้าที่ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีฐานทางกฎหมายดังกล่าวเป็นหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแต่อย่างใด บริษัทฯ จึงไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมหรือมีฐานทางกฎหมายตามมาตรา ๒๔ หรือมาตรา ๒๖ แต่หน้าที่ดังกล่าวเป็นของนิติบุคคลอาคารชุด/นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรที่ต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลมาโดยชอบด้วยกฎหมายตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

สำหรับกรณีที่บริษัทฯ ได้มีนิติสัมพันธ์เป็นผู้รับจ้าง (outsource) เป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด/นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือเป็นผู้รับจ้างในการบริหารอาคารชุด/หมู่บ้านจัดสรร จากนิติบุคคลอาคารชุด/นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรซึ่งเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จึงมีฐานะเป็นเพียงผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามคำสั่งที่ได้รับจากนิติบุคคลอาคารชุด/นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๔๐ (๑) ตลอดจนมีหน้าที่อื่นตามที่พระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างกันเพื่อควบคุมการดำเนินงานตามสัญญาที่เป็นหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าว ตามนัยมาตรา ๔๐ วรรคสามด้วย

Powered by Forestry.md