MDES_Noti - Officer Guideline
ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
เรื่อง แนวปฏิบัติตามมาตรา ๑๘
แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔
เพื่อให้การเข้าถึงและใช้พยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดและหาตัวผู้กระทำความผิดเป็นไปโดยเรียบร้อย ไม่เป็นอุปสรรคหรือเป็นภาระของผู้อื่นจนเกินสมควร รวมทั้งให้สอดคล้องกับแนวทางการประกอบธุรกิจและเทคโนโลยีในปัจจุบัน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจึงเห็นสมควรออกประกาศกำหนดแนวปฏิบัติในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๘ (๒) และ (๓) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และภายใต้บังคับประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ. ๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๔ ดังนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง แนวปฏิบัติตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๔
ข้อ ๒ การเข้าถึงข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์จะต้องเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการสืบสวนหรือสอบสวน โดยจำกัดเฉพาะข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้กระทำความผิดหรือเป็นข้อมูลที่อยู่ในการควบคุมของผู้กระทำความผิดที่เป็นความผิดทางอาญาโดยใช้ระบบหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่พนักงานสอบสวนขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง
ข้อ ๓ ในกรณีที่ข้อมูลของผู้มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้กระทำความผิดอยู่ในความดูแลหรือในความควบคุมของผู้ให้บริการแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นว่าข้อมูลดังกล่าวอยู่ในบัญชีที่ผู้ที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้กระทำความผิดเป็นผู้ควบคุมหรืออยู่ในบัญชีของบุคคลอื่น
ผู้ให้บริการตามวรรคหนึ่ง หมายความถึง ผู้ให้บริการตามประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ. ๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๔
ข้อ ๔ ในกรณีที่ข้อมูลตามข้อ ๓ อยู่ในบัญชีที่ผู้มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้กระทำความผิดเป็นผู้ดูแลหรือควบคุมแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งให้บุคคลดังกล่าวส่งมอบข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ในการสืบสวนหรือสอบสวนต่อไป
- ๒ -
ข้อ ๕ สำหรับกรณีที่ผู้มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้กระทำความผิดเป็นผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการตามข้อ ๓ วรรคสอง โดยผ่านบุคคลอื่นใดและมีได้มีนิติสัมพันธ์โดยตรงกับผู้ให้บริการแล้วในการเข้าถึงข้อมูลของผู้มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้กระทำความผิด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนเป็นลำดับดังต่อไปนี้
(๑) มีคำสั่งตามข้อ ๔ ให้ผู้มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้กระทำความผิดส่งมอบข้อมูล
(๒) หากผู้มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้กระทำความผิดไม่ดำเนินการตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งให้บุคคลอื่นใดซึ่งอาจเป็นเจ้าของบัญชีข้อมูลที่ผู้มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ควบคุมดูแลบัญชีข้อมูลของผู้มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้กระทำความผิด ที่มีนิติสัมพันธ์ในการใช้บริการกับผู้ให้บริการตามข้อ ๓ วรรคสอง เป็นผู้ดำเนินการส่งมอบข้อมูล
(๓) หากผู้ควบคุมดูแลบัญชีข้อมูลของผู้มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้กระทำความผิด ที่มีนิติสัมพันธ์ในการใช้บริการกับผู้ให้บริการตามข้อ ๓ วรรคสอง ไม่ดำเนินการตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม (๒) และเป็นกรณีจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวน หรือเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัย สาธารณูปโภคความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งคำสั่งพร้อมทั้งเหตุผล หรือความจำเป็นไปยังผู้ให้บริการศูนย์รับฝากข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต (Internet Data Center) หรือผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud Computing Service Provider) เพื่อให้ดำเนินการส่งมอบข้อมูลแทน
ข้อ ๖ คำสั่งให้บุคคลส่งมอบนั้น หากบุคคลดังกล่าวได้มีการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลไว้ พนักงานเจ้าหน้าที่จะมีคำสั่งให้บุคคลซึ่งเป็นผู้เข้ารหัสข้อมูลเป็นผู้ถอดรหัสเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงได้ก่อนที่จะส่งมอบก็ได้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
(นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังค