ETC - Online Social Media Tech Crime Prevention 2

หน้า ๒๕
เล่ม ๑๔๓ ตอนพิเศษ ๑๑๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๙

ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ฉบับที่ ๒)

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว อันเป็นการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔/๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ ประกอบกับมาตรา ๓๗ (๓) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๒ กรณีมีโฆษณาเผยแพร่ในประเทศไทยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ได้รับค่าบริการไม่ว่าจะได้รับจากผู้กระทำการโฆษณาหรือบุคคลอื่น ให้ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์จัดให้มีการพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณาทุกครั้งก่อนการประกาศโฆษณา เว้นแต่ได้พิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณารายนั้นไว้ก่อนแล้วภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่พิสูจน์ตัวตนครั้งล่าสุด

การพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณาตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้วิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) ตรวจสอบหลักฐานแสดงตน และตรวจสอบความเชื่อมโยงของผู้กระทำการโฆษณากับหลักฐานแสดงตน เช่น การเปรียบเทียบภาพใบหน้าของผู้กระทำการโฆษณากับภาพจากหลักฐานแสดงตน ทั้งนี้ หลักฐานแสดงตนดังกล่าวต้องออกโดยหน่วยงานของรัฐและสามารถตรวจสอบกับแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ หรือ

(๒) พิสูจน์ตัวตนผ่านระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่มีระดับความน่าเชื่อถือของการพิสูจน์ตัวตนไม่ต่ำกว่าที่คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ประกาศกำหนด

ข้อ ๓ ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ต้องจัดเก็บข้อมูลของผู้กระทำการโฆษณาเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สามารถระบุตัวผู้กระทำการโฆษณาในตั้งแต่เริ่มกระทำการโฆษณาและต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับตั้งแต่สิ้นสุดการใช้บริการโฆษณาของผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์นั้น โดยประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อย ดังนี้

(๑) ชื่อบุคคล หรือนิติบุคคลและผู้ดำเนินการแทนนิติบุคคล


หน้า ๒๖

เล่ม ๑๔๓ ตอนพิเศษ ๑๑๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๙

(๒) หลักฐานแสดงตนสำหรับบุคคลธรรมดา หรือหลักฐานแสดงความเป็นนิติบุคคล เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หนังสือรับรองนิติบุคคล

(๓) ข้อมูลการติดต่อที่สามารถติดต่อได้ เช่น ที่อยู่ เลขหมายโทรศัพท์

ในกรณีที่มีการชำระค่าโฆษณาโดยบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้กระทำการโฆษณาตามวรรคหนึ่งให้ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้ชำระค่าโฆษณาตามวรรคหนึ่งด้วย

ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙

วิลาวรรณ มั่งคละธนกุล

ประธานกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

Powered by Forestry.md