NBTC_Noti - TelCo Data Protection

หน้า ๒๗
เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๑๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กันยายน ๒๕๖๖

ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม เนื่องจากปัจจุบันมีการล่วงละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกัน โดยทางโทรคมนาคมเป็นจำนวนมากจนสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ความเสียหาย และกระทบต่อสิทธิเสรีภาพ หรือความเสมอภาคของประชาชนและผู้ใช้บริการโทรคมนาคม ประกอบกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการประกอบกิจการของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่มีลักษณะหลอมรวมข้ามประเภทกิจการที่ให้การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอันเป็นการล่วงละเมิดดังกล่าว ทำให้โดยง่ายสะดวก และรวดเร็ว ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยรวม และเพื่อให้กลไกการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมดังกล่าวสามารถดำเนินการไปพร้อมกับการใช้ประโยชน์จากข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์อื่นนอกเหนือจากการดำเนินกิจการโทรคมนาคม หรือเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการก้าวสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล รองรับการพัฒนาทางเทคโนโลยีและการหลอมรวมของธุรกิจดิจิทัลในการให้บริการประชาชน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๑๓) และ (๒๔) และมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ประกอบกับมาตรา ๕๐ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม ลงวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๙

ข้อ ๓ บรรดาประกาศ ระเบียบ หลักเกณฑ์ หรือคำสั่งอื่นใด ในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้ว ในประกาศนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ ให้ใช้ประกาศนี้แทน

ข้อ ๔ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับในการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการในกิจการโทรคมนาคม ที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล


หน้า ๒๘
เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๑๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กันยายน ๒๕๖๖

ข้อ ๕ ในประกาศนี้

“ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรคมนาคม ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมจากข้อมูลดังกล่าวเองหรือจาก ข้อมูลดังกล่าวประกอบกับข้อมูลอื่นที่ผู้รับใบอนุญาตมีหรือสามารถเข้าถึงได้ เช่น ชื่อ สกุล ที่อยู่ เลขประจำตัวประชาชน หรือเลขประจำตัวอื่นใดที่ใช้แทนได้ที่ออกโดยทางราชการ เลขหมายโทรคมนาคม ข้อมูลการใช้บริการของผู้ใช้บริการ รวมทั้งพฤติกรรมการใช้บริการโทรคมนาคมที่อาจระบุตัวผู้ใช้บริการได้

“ผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามกฎหมาย ว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม

“ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการโทรคมนาคมจากการให้บริการของผู้รับใบอนุญาต ประกอบกิจการโทรคมนาคม แต่ไม่รวมถึงผู้ใช้บริการที่เป็นผู้รับใบอนุญาตซึ่งนำบริการโทรคมนาคมที่ได้รับ ในฐานะผู้ใช้บริการไปประกอบกิจการอีกทอดหนึ่ง

“การเก็บรวบรวม” หมายความว่า การทำการใด ๆ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่งหรือหลายทางให้ได้มา ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะคราวเดียวกันหรือหลายคราวก็ตาม

หมวด ๑
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ

ข้อ ๖ ผู้รับใบอนุญาตจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ได้เท่าที่จำเป็นเพื่อการดำเนินกิจการโทรคมนาคมตามสัญญาให้บริการโทรคมนาคมที่ได้ทำกับผู้ใช้บริการ

ผู้ใช้บริการอาจให้ความยินยอมให้ผู้รับใบอนุญาตใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตน เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการดำเนินกิจการโทรคมนาคมตามวรรคหนึ่งก่อนหรือในขณะทำการนั้น

ความยินยอมตามวรรคสองต้องแยกส่วนออกจากสัญญาหรือเงื่อนไขการให้บริการโทรคมนาคม ทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ต้องขอความยินยอมจากผู้ใช้บริการให้ชัดเจนเกี่ยวกับลักษณะของกิจการ วัตถุประสงค์ ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการที่จะใช้หรือเปิดเผย และบุคคลภายนอก ที่เกี่ยวข้องกับการนั้น รวมทั้งต้องแจ้งผู้ใช้บริการเพื่อยืนยันการให้ความยินยอม และจัดให้มีช่องทาง การเพิกถอนความยินยอมแก่ผู้ใช้บริการ โดยผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ในประกาศนี้และที่ กสทช. อาจกำหนดเพิ่มเติม

การดำเนินการตามวรรคสามต้องทำโดยชัดแจ้ง ใช้ข้อความที่เข้าใจได้ง่าย ไม่หลอกลวง ให้ผู้ใช้บริการเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ โดยให้ทำเป็นหนังสือหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ การให้ความยินยอมหรือการเพิกถอนความยินยอมของผู้ใช้บริการจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้บริการ โทรคมนาคม


หน้า ๒๙

เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๑๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กันยายน ๒๕๖๖

ข้อ ๗ ผู้รับใบอนุญาตต้องไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในท่านองเดียวกันตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด โดยไม่ได้รับความยินยอมโดยขัดแจ้งจากผู้ใช้บริการซึ่งต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ ในการให้บริการที่เหมาะสมตามลักษณะพิการทางร่างกาย

ข้อ ๘ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในกรณีดังต่อไปนี้ ไม่จำต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๖ และข้อ ๗

(๑) ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้ กสทช. หรือสำนักงาน กสทช. ตามข้อ ๑๙

(๒) กรณีได้รับการยกเว้นตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ ๙ การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการไปยังต่างประเทศ นอกจากต้องปฏิบัติ ตามข้อ ๖ และข้อ ๘ ของประกาศนี้แล้ว ยังต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดด้วย ทั้งนี้ กสทช. อาจกำหนดหลักเกณฑ์การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ของผู้ใช้บริการไปยังต่างประเทศให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการก็ได้

หมวด ๒

การเก็บรวบรวมและการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ

ข้อ ๑๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการจากผู้ใช้บริการโดยตรง เท่าที่จำเป็น และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบก่อน หรือในขณะทำการนั้น เว้นแต่

(๑) ผู้ใช้บริการได้ให้ความยินยอมให้ผู้รับใบอนุญาตทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของตน จากแหล่งอื่น โดยผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นให้แก่ผู้ใช้บริการ ทราบโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกิน ๓๐ วัน นับแต่วันที่เก็บรวบรวม และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

(๒) เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอม ตามข้อ ๖ หรือข้อ ๗

ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีช่องทางให้ผู้ใช้บริการสามารถปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ให้เป็นปัจจุบันได้ โดยมีระบบการพิสูจน์และการยืนยันตัวบุคคลที่รัดกุม

ข้อ ๑๑ ผู้รับใบอนุญาตต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการกรณีที่มีการใช้บริการอยู่ ย้อนหลังไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตลอดเวลาที่ใช้บริการ เว้นแต่กรณีมีผู้ใช้บริการร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้บริการ โทรคมนาคมซึ่งจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของการใช้บริการ การเรียกเก็บค่าบริการ หรือการตรวจสอบคุณภาพการให้บริการ ผู้รับใบอนุญาตต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ของผู้ใช้บริการเฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อประโยชน์ในการพิสูจน์ดังกล่าวไว้จนกว่าการพิจารณาเรื่องร้องเรียน จะแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ไม่จำต้องเก็บรักษาไว้เกิน ๒ ปี นับแต่วันที่รับเป็นเรื่องร้องเรียน


หน้า ๓๐

เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๑๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กันยายน ๒๕๖๖

กรณีการให้บริการโทรคมนาคมสิ้นสุดลง ผู้รับใบอนุญาตต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการตามวรรคหนึ่งไว้ไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน นับแต่วันสิ้นสุดสัญญาการให้บริการ เว้นแต่กรณีมีความจำเป็นหรือมีการเรียกเก็บค่าบริการที่ค้างชำระ ผู้รับใบอนุญาตต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการไว้ แต่ไม่จำต้องเก็บรักษาไว้เกิน ๒ ปี นับแต่วันสิ้นสุดสัญญาการให้บริการ หรือกรณีจำเป็นต้องเก็บรักษาภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายอื่นกำหนด

ทั้งนี้ กสทช. อาจกำหนดหลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในกรณีอื่นนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ก็ได้

หมวด ๓
สิทธิของผู้ใช้บริการ

ข้อ ๑๒ ผู้ใช้บริการมีสิทธิดำเนินการภายในระยะเวลาตามหลักเกณฑ์ข้อ ๑๑ ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ขอตรวจดู ขอเข้าถึง หรือขอสำเนารับรองถูกต้องซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน
(๒) ขอแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้ถูกต้องสมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน
(๓) ขอระงับการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ
(๔) เพิกถอนความยินยอมให้เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการไม่ว่าเวลาใดก็ตาม

การใช้สิทธิตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และให้ผู้รับใบอนุญาตจัดให้มีช่องทางในการรับแจ้งคำขอทั้งเป็นหนังสือและในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้รับใบอนุญาตต้องมีระบบการพิสูจน์และการยืนยันตัวบุคคลของผู้ใช้บริการให้ถูกต้อง ถ้าผู้รับใบอนุญาตไม่ดำเนินการตามคำขอภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ ให้ผู้ใช้บริการมีหนังสือแจ้งสำนักงานกสทช. เพื่อบังคับการให้เป็นไปตามสิทธิของผู้ใช้บริการ

การดำเนินการตามวรรคหนึ่งในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ห้ามมิให้คิดค่าใช้จ่าย ส่วนกรณีการขอรับสำเนารับรองถูกต้องซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนตาม (๑) ผู้รับใบอนุญาตอาจเรียกเก็บค่าบริการในการนั้นก็ได้ หากมีความจำเป็น ทั้งนี้ ต้องไม่เกินต้นทุนการให้บริการของผู้รับใบอนุญาตและเป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการ โดย กสทช. อาจกำหนดหลักเกณฑ์การเรียกเก็บค่าบริการในการขอสำเนารับรองถูกต้องก็ได้

ข้อ ๑๓ ผู้ใช้บริการอาจร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีถูกละเมิดสิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสิทธิในความเป็นส่วนตัว หรือเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม โดยให้เป็นไปตามกระบวนการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม

หมวด ๔
หน้าที่ของผู้รับใบอนุญาต


หน้า ๓๑

เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๑๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กันยายน ๒๕๖๖

ข้อ ๑๔ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการทั้งทางด้านเทคนิคและการจัดการภายในองค์กรในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ โดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยี เปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ กสทช. อาจกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการก็ได้

การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการใดมีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งเหตุในการละเมิดให้ กสทช. ทราบโดยไม่ชักช้าเท่าที่สามารถกระทำได้ภายใน ๗๒ ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุ

หากการละเมิดใดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งเหตุในการละเมิดให้ กสทช. ทราบโดยไม่ชักช้าเท่าที่สามารถกระทำได้ภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุ และต้องแจ้งเหตุในการละเมิดดังกล่าวพร้อมกับแนวทางการเยียวยาให้กับผู้ใช้บริการทราบ โดยไม่ชักช้าด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ กสทช. อาจกำหนดหลักเกณฑ์การแจ้งดังกล่าวและข้อยกเว้นให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการก็ได้

ข้อ ๑๕ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีมาตรการสร้างความเชื่อมั่นในการติดต่อสื่อสารถึงกัน โดยทางโทรคมนาคมและห้ามมิให้กระทำการ ดังต่อไปนี้

(๑) ตักฟัง ตรวจ กักสัญญาณ หรือเปิดเผยสิ่งสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคมที่บุคคลติดต่อถึงกันไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด ๆ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และปฏิบัติครบถ้วน ตามกระบวนการที่กฎหมายนั้นบัญญัติ

ทั้งนี้ ให้ผู้รับใบอนุญาตบันทึกการร้องขอดังกล่าวและสิ่งที่ผู้รับใบอนุญาตได้ตัดสินใจดำเนินการ หรือไม่ดำเนินการและรายงานต่อสำนักงาน กสทช. ในรูปแบบสถิติรายไตรมาส

(๒) การกระทำการใด ๆ เพื่อให้ความหมายของข้อมูลเปลี่ยนแปลงไป

(๓) การเข้าถึงและใช้งานอุปกรณ์โดยไม่ได้รับความยินยอม

ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีระบบป้องกันการกระทำตาม (๑) (๒) และ (๓) ด้วย

ข้อ ๑๖ ผู้รับใบอนุญาตให้บริการโทรศัพท์ต้องจัดให้มีบริการแสดงเลขหมายเรียกเข้า ระบบป้องกันการแสดงเลขหมายโทรออก และระบบปฏิเสธเลขหมายที่ไม่พึงประสงค์ ตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนด

ข้อ ๑๗ ผู้รับใบอนุญาตจะต้องจัดให้มีช่องทางให้ผู้ใช้บริการมีสิทธิเลือกที่จะรับหรือยกเลิกข้อมูล หรือบริการและปฏิเสธการเสนอข้อมูลหรือบริการผ่านบริการโทรคมนาคมของผู้รับใบอนุญาต

ผู้รับใบอนุญาตจะต้องจัดให้ผู้ใช้บริการสามารถยกเลิกข้อมูลหรือบริการและปฏิเสธการเสนอข้อมูล หรือบริการได้ในลักษณะรวมทุกข้อมูลและบริการทั้งหมดอยู่ในประเภทเดียวกัน


หน้า ๓๒
เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๑๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กันยายน ๒๕๖๖

เมื่อผู้ใช้บริการได้บอกปฏิเสธข้อมูลหรือบริการในประเภทใด ลักษณะใดแล้ว ผู้รับใบอนุญาตจะต้องไม่เสนอหรือเชิญชวนให้ผู้ใช้บริการรับข้อมูลหรือบริการในประเภทดังกล่าวอีกจนกว่าผู้ใช้บริการจะร้องขอ

ทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตจะต้องจัดให้ผู้ใช้บริการสามารถยกเลิกหรือปฏิเสธได้โดยง่ายเช่นเดียวกับการเลือกรับ โดยให้พิจารณาจากค่าใช้จ่าย ขั้นตอน เอกสารที่ต้องใช้ ช่องทางในการดำเนินการ ภาษา และระยะเวลาตั้งแต่การแจ้งจนกระทั่งค่าขอมีผล

ข้อ ๑๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องให้ข้อมูลผู้ใช้เลขหมายโทรคมนาคมแก่บุคคลที่ขอนำไปจัดทำรายงานผู้ใช้บริการตามมาตรา ๑๒ วรรคที่า แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการแล้ว โดยให้คิดค่าใช้จ่ายได้เฉพาะค่าใช้จ่ายในการจัดข้อมูลให้เท่านั้น

ข้อ ๑๙ ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการที่ผู้รับใบอนุญาตครอบครองให้แก่ กสทช. หรือสำนักงาน กสทช. เมื่อได้รับการร้องขอ เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการโทรคมนาคมตามกฎหมาย

ข้อ ๒๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำนโยบายการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม ให้สอดคล้องกับประกาศนี้และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นภาษาไทยและภาษาอื่นให้ครบภาษาเท่าที่ผู้รับใบอนุญาตได้ทำการตลาด โดยต้องส่งให้เลขาธิการ กสทช. ตรวจสอบและรับรองตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนด ภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวันที่ กสทช. ประกาศกำหนด และต้องจัดให้มีการเผยแพร่เป็นการทั่วไป โดยอย่างน้อยต้องเผยแพร่บนเว็บไซต์ของผู้รับใบอนุญาต จุดที่ให้บริการผู้ใช้บริการ และในเอกสารสมัครใช้บริการหรือสัญญาการให้บริการ

นโยบายการคุ้มครองสิทธิตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย

(๑) ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการตามข้อ ๑๑

(๒) สิทธิของผู้ใช้บริการตามข้อ ๑๒

(๓) สิทธิการร้องเรียนของผู้ใช้บริการตามข้อ ๑๓

(๔) การส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการตามข้อ ๑๙

ข้อ ๒๑ ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งรายละเอียดและกำหนดมาตรการให้บุคคลที่จัดทำรายงานผู้ใช้บริการและบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากผู้รับใบอนุญาตให้ทำหน้าที่เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศนี้และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แล้วแต่กรณี โดยเคร่งครัด


หน้า ๓๓

เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๑๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กันยายน ๒๕๖๖

หากบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากผู้รับใบอนุญาตให้ทำหน้าที่เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ จงใจไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ ผู้รับใบอนุญาตต้องควบคุมดูแลให้บุคคลดังกล่าวระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือแก้ไขปรับปรุงหรือปฏิบัติตามให้ถูกต้องเหมาะสม และผู้รับใบอนุญาตต้องผูกพันในการดำเนินการใด ๆ ของบุคคลดังกล่าวเสมือนว่าผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการด้วยตนเอง

ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๖
ศาสตราจารย์คลินิกสรณ บุญใบขัยพฤกษ์
ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง
กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

Powered by Forestry.md