ETC - Ride Sharing
หน้า ๓๔
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๒๓๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๑๘ (๓) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการ แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕
พ.ศ. ๒๕๖๘
โดยที่เป็นการสมควรประกาศกำหนดให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์หรือ รถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสาธารณะ เป็นบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๑๘ (๓) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ และกำหนดการดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีการให้บริการรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ ซึ่งเป็นบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะอันเนื่องมาจาก เป็นบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ สุขภาพอนามัย สิ่งแวดล้อม การพลังงาน การสื่อสารและโทรคมนาคม การขนส่งและโลจิสติกส์ และการสาธารณูปโภค ตามมาตรา ๑๘ (๓) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ ตามข้อเสนอของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบ และคณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานของรัฐ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการ แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ ประกอบกับมติที่ประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่าง หน่วยงานของรัฐ ครั้งที่ ๖/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ และมติที่ประชุม คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๘ คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ รับจ้างโดยสารสาธารณะที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๑๘ (๓) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการ แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๘”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในประกาศนี้
“ผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ” หมายความว่า ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๑๘ (๓) ประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะที่สำนักงานประกาศกำหนด
หน้า ๓๕
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๒๓๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
“ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ และให้หมายความรวมถึงผู้ขับรถ ผู้ใช้บริการที่เรียกรถและคนโดยสาร
“ผู้ขับรถ” หมายความว่า บุคคลซึ่งให้บริการขับหรือขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง โดยสารสาธารณะผ่านบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง โดยสารสาธารณะ
“ผู้ใช้บริการที่เรียกรถ” หมายความว่า บุคคลซึ่งเรียกใช้บริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะผ่านบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง โดยสารสาธารณะ
“ค่าบริการ” หมายความรวมถึงค่าตอบแทน ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายอื่น และบรรดาเงิน หรือทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวกับการให้บริการซึ่งเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ
“พระราชกฤษฎีกา” หมายความว่า พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
ข้อ ๔ นอกจากรหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา ซึ่งรวมถึงหน้าที่ประเมินความเสี่ยง และมีมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าว ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง โดยสารสาธารณะดำเนินการอื่นตามที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้
ข้อ ๕ ผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะต้องจัดให้ ผู้ขับรถให้บริการด้วยรถที่จดทะเบียนเป็นรถสาธารณะตามเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
ข้อ ๖ ผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะต้องจัดให้ ผู้ขับรถมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะเป็นไปตามเงื่อนไขในการให้บริการสาธารณะ ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
ข้อ ๗ ผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะต้องจัดเก็บ ค่าบริการตามอัตราที่กำหนดไว้ในกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารและค่าบริการอื่น ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
ข้อ ๘ ผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะต้องให้บริการ แพลตฟอร์มดิจิทัลในส่วนของบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะตามเงื่อนไข หรือลักษณะที่กำหนดไว้ในข้อ ๙ ถึงข้อ ๑๓
ข้อ ๙ ผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะต้องจัดให้มี บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลส่วนของผู้ขับรถ ซึ่งรองรับการทำงานหรือมีลักษณะอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) มีกระบวนการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ขับรถ และจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว โดยกำหนด ขั้นตอน วิธีการ และข้อมูลที่ใช้ประกอบการสมัครเป็นผู้ขับรถ
หน้า ๓๖
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๒๓๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
(๒) มีการพิสูจน์และยืนยันตัวตนผู้ขับรถ โดยอย่างน้อยประกอบด้วยข้อกำหนด ดังต่อไปนี้
(ก) การพิสูจน์ตัวตนของผู้สมัครเป็นผู้ขับรถ
(ข) การเก็บรวบรวมรายการข้อมูลของผู้ขับรถ ซึ่งประกอบด้วย ชื่อ-สกุล หมายเลข บัตรประชาชนหรือหมายเลขหนังสือเดินทาง (Passport) และหมายเลขใบอนุญาตขับรถสาธารณะ
(ค) การเก็บรวบรวมรายการข้อมูลของรถ ซึ่งประกอบด้วย หมายเลขทะเบียนรถ จังหวัดที่รถจดทะเบียน
(ง) การยืนยันตัวตนของผู้ขับรถ เพื่อเข้าใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการให้บริการ ในแต่ละครั้ง และการส่งข้อมูลตำแหน่งของรถในรูปแบบของระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (จีพีเอส) โดยมีความถี่ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
(๓) การพิสูจน์ตัวตนของผู้สมัครเป็นผู้ขับรถ ต้องประกอบด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(ก) กรณีผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ พิสูจน์ตัวตนของผู้สมัครเป็นผู้ขับรถแบบไม่พบเห็นต่อหน้า (non face-to-face) ต้องจัดให้มีการตรวจสอบ ข้อมูลบนบัตรประจำตัวประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (เช่น การใช้แอปพลิเคชัน ThalD) หรือผ่านผู้ประกอบธุรกิจพิสูจน์และยืนยันตัวตน (identity provider : IdP) มีการเปรียบเทียบภาพใบหน้าของผู้สมัครเป็นผู้ขับรถกับภาพใบหน้าบนหน้าบัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพใบหน้าจากผู้ประกอบธุรกิจพิสูจน์และยืนยันตัวตนที่เคยพิสูจน์ตัวตนของบุคคลนั้นมาก่อน หรือภาพใบหน้าจากชิปของบัตรประจำตัวประชาชน และมีการยืนยันช่องทางการติดต่อของผู้สมัคร เป็นผู้ขับรถ
(ข) กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ พิสูจน์ตัวตนของผู้สมัครเป็นผู้ขับรถแบบพบเห็นต่อหน้า (face-to-face) ต้องจัดให้มีการตรวจสอบ ความถูกต้อง ความแท้จริง และความเป็นปัจจุบันของข้อมูลและหลักฐานแสดงตน มีการเปรียบเทียบใบหน้า หรือภาพใบหน้าของผู้สมัครเป็นผู้ขับรถกับภาพใบหน้าของหลักฐานแสดงตน และมีการยืนยัน ช่องทางการติดต่อของผู้สมัครเป็นผู้ขับรถ หรือใช้วิธีการอื่นที่สามารถเทียบเคียงได้ตามความเหมาะสม
(๔) การยืนยันตัวตนของผู้ขับรถ ผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง โดยสารสาธารณะต้องจัดให้มีการยืนยันตัวตนของผู้ขับรถเพื่อเข้าใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับ การให้บริการในแต่ละครั้ง และมีการยืนยันตัวตนของผู้ขับรถด้วยเทคโนโลยีการรู้จ้าใบหน้า (facial recognition) สำหรับการให้บริการครั้งแรกในแต่ละวัน
(๕) แสดงข้อมูลตามเหตุการณ์การใช้บริการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ ให้แก่ผู้ขับรถ
(ก) เมื่อผู้ขับรถยืนยันตัวตนเพื่อเข้าใช้บริการในแต่ละวัน ต้องแสดงข้อมูล ดังนี้
๑) ข้อมูลผู้ขับรถ ซึ่งประกอบด้วย ชื่อ-สกุล และหมายเลขใบอนุญาตขับรถสาธารณะ
๒) ข้อมูลรถ ซึ่งประกอบด้วย ทะเบียนรถและจังหวัดที่รถจดทะเบียน
๓) ตำแหน่งของรถที่ให้บริการในรูปแบบของระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (จีพีเอส)
หน้า ๓๗
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๒๓๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
(ข) เมื่อผู้ขับรถเข้าใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการให้บริการในแต่ละครั้ง ต้องแสดงข้อมูลตำแหน่งของรถที่ให้บริการในรูปแบบของระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (จีพีเอส) ตลอดระยะเวลาที่มีการเข้าใช้บริการ
(ค) เมื่อผู้ใช้บริการที่เรียกรถใช้บริการและกำหนดสถานที่รับและส่งแล้ว รวมถึงกรณีผู้ใช้บริการที่เรียกรถเปลี่ยนสถานที่ส่งในระหว่างใช้บริการ ต้องแสดงข้อมูล ดังนี้
๑) ตำแหน่งสถานที่รับและส่ง
๒) ระยะทางโดยประมาณพร้อมเส้นทางจากสถานที่รับถึงสถานที่ส่ง
๓) ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ
๔) อัตราค่าโดยสารที่ได้จากการประเมิน
๕) ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณในระหว่างเดินทางไปรับคนโดยสาร
(ง) เมื่อผู้ขับรถเลือกรับงานและในระหว่างเดินทางไปรับคนโดยสาร ต้องแสดงข้อมูล ดังนี้
๑) ตำแหน่งสถานที่รับ
๒) ตำแหน่งปัจจุบันของรถพร้อมเส้นทางจากตำแหน่งปัจจุบันของรถถึงสถานที่รับ
๓) ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณในระหว่างเดินทางไปรับคนโดยสาร
(จ) ในระหว่างผู้ขับรถให้บริการขนส่งคนโดยสารไปยังสถานที่ส่ง ต้องแสดงข้อมูล ดังนี้
๑) ตำแหน่งปัจจุบันของรถ
๒) ระยะทางโดยประมาณพร้อมเส้นทางจากตำแหน่งปัจจุบันของรถถึงสถานที่ส่ง
๓) ระยะเวลาเดินทางจากตำแหน่งปัจจุบันของรถถึงสถานที่ส่งที่ได้จากการประเมิน
๔) อัตราค่าโดยสารที่ได้จากการประเมิน
(ฉ) เมื่อผู้ขับรถเดินทางไปถึงสถานที่ส่ง ต้องแสดงและบันทึกข้อมูลดังนี้ ไว้ในประวัติการให้บริการ
๑) วันและเวลาที่รับและส่ง
๒) สถานที่รับและส่ง
๓) ระยะเวลาเดินทาง
๔) ระยะทางพร้อมเส้นทางจากสถานที่รับถึงสถานที่ส่ง
๕) อัตราค่าโดยสารที่ได้จากการประเมิน รวมทั้งค่าบริการอื่นจากการให้บริการ
(ย) ผู้ขับรถต้องสามารถเลือกรับงาน ยกเลิกงาน หรือเลือกยอมรับการเปลี่ยนจุดหมายปลายทางของผู้ใช้บริการที่เรียกรถขณะอยู่ระหว่างให้บริการตามเงื่อนไขที่ผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะกำหนด
(๓) ผู้ขับรถต้องสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้บริการที่เรียกรถผ่านเสียงและข้อความระหว่างเดินทางไปรับคนโดยสาร โดยต้องไม่แสดงข้อมูลส่วนบุคคลของทั้งผู้ใช้บริการที่เรียกรถและผู้ขับรถให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ เว้นแต่ชื่อ-สกุล และรูปถ่ายของผู้ขับรถ
หน้า ๓๘
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๒๓๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
(๘) ผู้ขับรถต้องสามารถขอความช่วยเหลือหรือแจ้งเหตุฉุกเฉินไปยังผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะได้แบบทันทีทันใดในระหว่างให้บริการ
(๙) มีช่องทางหรือบุคลากรที่ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ขับรถในการแก้ไขปัญหาและจัดการเรื่องร้องเรียนหรือระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับการให้บริการ
ข้อ ๑๐ ผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะต้องจัดให้มีบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลส่วนของผู้ใช้บริการที่เรียกรถ ซึ่งรองรับการทำงานหรือมีลักษณะอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(๑) มีกระบวนการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการที่เรียกรถ และจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวโดยกำหนดขั้นตอน วิธีการ และข้อมูลที่ใช้ประกอบการสมัครเพื่อเป็นผู้ใช้บริการที่เรียกรถ
(๒) มีการพิสูจน์และยืนยันตัวตนเป็นผู้ใช้บริการที่เรียกรถ โดยอย่างน้อยประกอบด้วยข้อกำหนด ดังต่อไปนี้
(ก) การพิสูจน์ตัวตนของผู้สมัครเป็นผู้ใช้บริการที่เรียกรถ
(ข) การเก็บรวบรวมรายการข้อมูลของผู้ใช้บริการที่เรียกรถ ซึ่งประกอบด้วย ชื่อ-สกุล
(ค) การยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการที่เรียกรถ เพื่อเข้าใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการให้บริการในแต่ละครั้ง
(๓) การพิสูจน์ตัวตนของผู้สมัครเป็นผู้ใช้บริการที่เรียกรถ ผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะต้องจัดให้มีการพิสูจน์ตัวตนของผู้สมัครเป็นผู้ใช้บริการที่เรียกรถตามความเหมาะสม โดยตรวจสอบข้อมูลอย่างน้อย ชื่อ-สกุล ของผู้ใช้บริการที่เรียกรถ
(๔) แสดงข้อมูลตามเหตุการณ์การใช้บริการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ ให้แก่ผู้ใช้บริการที่เรียกรถ
(ก) เมื่อผู้ใช้บริการที่เรียกรถเลือกสถานที่รับและส่ง ประเภทของรถ ผู้ขับรถที่ต้องการใช้บริการ และวิธีการสำหรับชำระค่าโดยสาร รวมถึงกรณีผู้ใช้บริการที่เรียกรถเปลี่ยนสถานที่ส่งในระหว่างใช้บริการ ต้องแสดงข้อมูล ดังนี้
๑) ระยะทางโดยประมาณพร้อมเส้นทางจากสถานที่รับถึงสถานที่ส่ง
๒) ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ
๓) อัตราค่าโดยสารที่ได้จากการประเมิน
๔) ระยะเวลาโดยประมาณในระหว่างรถผู้ขับรถเดินทางมารับ
(ข) เมื่อผู้ใช้บริการที่เรียกรถยืนยันการใช้บริการแล้ว ในระหว่างรถผู้ขับรถเดินทางมารับต้องแสดงข้อมูล ดังนี้
๑) ชื่อ-สกุล และภาพถ่ายผู้ขับรถ
๒) หมายเลขทะเบียน จังหวัดที่จดทะเบียน ชนิด รุ่น และสีของรถ
๓) ตำแหน่งปัจจุบันของรถพร้อมเส้นทางจากตำแหน่งปัจจุบันของรถถึงสถานที่รับ
๔) ระยะเวลาโดยประมาณในระหว่างรถผู้ขับรถเดินทางมารับ
หน้า ๓๙
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๒๓๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
(ค) ในระหว่างผู้ขับรถให้บริการบรรทุกคนโดยสารแก่ผู้ใช้บริการที่เรียกรถไปยังสถานที่ส่ง ต้องแสดงข้อมูล ดังนี้
๑) ตำแหน่งปัจจุบันของรถ
๒) ระยะทางโดยประมาณพร้อมเส้นทางจากตำแหน่งปัจจุบันของรถถึงสถานที่ส่ง
๓) ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณจากตำแหน่งปัจจุบันของรถถึงสถานที่ส่ง
๔) อัตราค่าโดยสารที่ได้จากการประเมิน
(ง) เมื่อผู้ขับรถเดินทางไปถึงสถานที่ส่ง ต้องแสดงและบันทึกข้อมูลดังนี้ ไว้ในประวัติการให้บริการ
๑) วันและเวลาที่รับและส่ง
๒) สถานที่รับและส่ง
๓) ระยะเวลาเดินทาง
๔) ระยะทางพร้อมเส้นทางจากสถานที่รับถึงสถานที่ส่ง
๕) อัตราค่าโดยสารที่ได้จากการประเมิน รวมทั้งค่าบริการอื่นจากการให้บริการ
(๕) ผู้ใช้บริการที่เรียกรถต้องสามารถเลือกประเภทรถยนต์รับจ้างที่จะใช้บริการได้ โดยแสดงประเภทรถตามลำดับ ดังนี้
(ก) รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน ๗ คน (รย.๖)
(ข) รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (รย.๑๘) ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเพียงแหล่งพลังงานเดียว (EV) (ถ้ามี)
(ค) รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (รย.๑๘) ลำดับถัดไป ให้ได้รับจ้างก่อสร้างค่าโดยสารน้อยไปอัตราค่าโดยสารมาก
ทั้งนี้ อาจให้บริการสำหรับจองรถล่วงหน้า โดยเลือกประเภทผู้ขับรถ เลือกสถานที่ส่ง มากกว่าหนึ่งแห่ง หรือการให้บริการในรูปแบบอื่นได้
(๖) มีการแสดงข้อมูลรายละเอียดอัตราค่าโดยสารสำหรับรถยนต์รับจ้างแต่ละประเภท โดยต้องแสดงข้อมูล ดังนี้
(ก) รายละเอียดอัตราค่าโดยสาร
(ข) รายละเอียดค่าบริการอื่น
(๗) ผู้ใช้บริการที่เรียกรถต้องสามารถเลือกวิธีการสำหรับชำระค่าบริการ
(๘) ผู้ใช้บริการที่เรียกรถต้องสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้ขับรถผ่านเสียงและข้อความในระหว่าง รอผู้ขับรถเดินทางมารับ โดยต้องไม่แสดงข้อมูลส่วนบุคคลของทั้งผู้ใช้บริการที่เรียกรถและผู้ขับรถ ให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ เว้นแต่ชื่อ-สกุล และรูปถ่ายของผู้ขับรถ
(๙) ผู้ใช้บริการที่เรียกรถต้องสามารถยกเลิกการเรียกหรือเปลี่ยนจุดหมายปลายทางตามเงื่อนไข ที่ผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะกำหนด
หน้า ๔๐
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๒๓๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
(๑๐) ผู้ใช้บริการที่เรียกรถต้องสามารถขอความช่วยเหลือหรือแจ้งเหตุฉุกเฉินไปยังผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะได้แบบทันทีทันใดในระหว่างใช้บริการ โดยมีบุคลากรที่ประจำการตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำหรับตรวจสอบข้อมูลและประสานงาน ในกรณีที่มีการขอความช่วยเหลือหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน
(๑๑) ผู้ใช้บริการที่เรียกรถต้องสามารถประเมินความพึงพอใจและแสดงความคิดเห็นต่อการให้บริการ ของผู้ขับรถ และมีช่องทางหรือบุคลากรที่ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาหรือจัดการ เรื่องร้องเรียนหรือระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับการให้บริการ
ข้อ ๑๑ ผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะต้องมี มาตรการกำกับดูแลผู้ขับรถให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้รถสาธารณะอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน ๗ คน (รย.๖)
(ก) ผู้ขับรถต้องให้บริการภายในพื้นที่ที่กฎหมายกำหนด
(ข) ผู้ขับรถต้องไม่นำบัญชีผู้ใช้บริการของตนไปให้ผู้อื่นใช้บริการ
(๒) กรณีรถจักรยานยนต์สาธารณะ (รย.๑๗)
(ก) ผู้ขับรถต้องให้บริการภายในท้องที่ตามที่คณะกรรมการประจำจังหวัดกำหนดตามกฎหมาย ว่าด้วยรถยนต์
(ข) ผู้ขับรถต้องไม่นำบัญชีผู้ใช้บริการของตนไปให้ผู้อื่นใช้บริการ
(๓) กรณีรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (รย.๑๘)
(ก) ผู้ขับรถให้บริการภายในพื้นที่ที่กฎหมายกำหนด
(ข) ผู้ขับรถต้องไม่นำบัญชีผู้ใช้บริการของตนไปให้ผู้อื่นใช้บริการ
(ค) ผู้ขับรถต้องให้บริการผ่านบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์หรือ รถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะเท่านั้น
ข้อ ๑๒ ผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะต้องมี มาตรการกำกับดูแลผู้ขับรถโดยกำหนดไว้ในข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการ อย่างน้อยในเรื่อง ดังต่อไปนี้
(๑) มีกระบวนการตรวจสอบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการให้บริการของผู้ขับรถตามที่ กรมการขนส่งทางบกหรือหน่วยงานของรัฐอื่นได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าว และให้ ผู้ขับรถมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐดังกล่าว แล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการบังคับใช้ กฎหมายต่อไป
(๒) มีมาตรการลงโทษผู้ขับรถที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรหรือกฎหมายอื่น อันเกี่ยวกับรถหรือการใช้ทาง เช่น การหยุดการให้บริการหรือการระงับบัญชีผู้ใช้บริการ โดยต้องกำหนดไว้ ในเงื่อนไขในการให้บริการอย่างชัดเจน
หน้า ๔๑
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๒๓๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
ข้อ ๑๓ ผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะต้องมีมาตรการในการแก้ไขหรือป้องกันไม่ให้ผู้ขับรถกระทำความผิดตามกฎหมายช้า
ข้อ ๑๔ ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะยื่นรายงานการดำเนินการ ตามมาตรา ๒๒ แห่งพระราชกฤษฎีกา โดยมีรายการข้อมูลตรงตามแบบรายงานการดำเนินการที่แนบท้ายประกาศนี้ ผ่านระบบแจ้งการประกอบธุรกิจ หรือยื่นแบบต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ตั้งของสำนักการขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก
การยื่นรายงานการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นพร้อมการแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจบริการ แพลตฟอร์มดิจิทัลรายปีทุกปี ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล
ข้อ ๑๕ แบบรายงานการดำเนินการในข้อ ๑๔ ให้ประกอบด้วยรายการข้อมูลอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) จำนวนรถทั้งหมดที่ลงทะเบียนใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ดังนี้
(ก) จำนวนรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน ๗ คน (รย.๖)
(ข) จำนวนรถจักรยานยนต์สาธารณะ (รย.๑๗)
(ค) จำนวนรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (รย.๑๘)
(ง) จำนวนรถที่ยังไม่ได้ดำเนินการจดทะเบียนตาม (ก) (ข) และ (ค)
(๒) วิธีการคำนวณเพื่อเรียกเก็บค่าบริการ
ข้อ ๑๖ ให้กรมการขนส่งทางบกทบทวนการดำเนินการอื่นของผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะตามประกาศฉบับนี้อย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกรอบระยะเวลา หนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ หรือตามที่คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์หรือ สำนักงานร้องขอ หรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการกำกับดูแล โดยให้มี การรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งอย่างน้อยประกอบด้วย หน่วยงานของรัฐ ผู้ประกอบธุรกิจ บริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ ผู้ขับรถ และผู้ใช้บริการที่เรียกรถ พร้อมทั้ง นำผลการรับฟังความเห็นดังกล่าวมาหารือกับสำนักงานและคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อพิจารณาต่อไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๘
วิลาวรรณ มั่งคละธนกุล
ประธานกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
ETDA
เลขที่รับ ...
รับวันที่ ...
แบบรายงานการดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล
ประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๑๘ (๓)
แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕
พ.ศ. ๒๕๖๘
วันที่ ... เดือน ... พ.ศ. ...
ส่วนที่ ๑ ข้อมูลและหลักฐานของผู้ประกอบธุรกิจ
๑. ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล
| (ก) ชื่อ-สกุล หรือชื่อนิติบุคคลของผู้ประกอบธุรกิจ | |
|---|---|
| (ข) เลขที่ไปรับแจ้ง |
๒. ข้อมูลเกี่ยวกับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล
| (ก) ชื่อบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล |
|---|
ส่วนที่ ๒ ข้อมูลที่ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะต้องแจ้งต่อ สพธย.
๑. ข้อมูลจำนวนรถทั้งหมดที่ลงทะเบียนใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล
| ข้อ | รายการข้อมูล | จำนวน/คัน |
|---|---|---|
| ๑.๑ | จำนวนรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน ๗ คน (รย.๖) | |
| ๑.๒ | จำนวนรถจักรยานยนต์สาธารณะ (รย.๑๗) | |
| ๑.๓ | จำนวนรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (รย.๑๘) | |
| ๑.๔ | จำนวนรถที่ยังไม่ได้ดำเนินการจดทะเบียนตามข้อ ๑.๑-๑.๒ และ ๑.๓ |
๒. ข้อมูลวิธีการคำนวณเพื่อเรียกเก็บค่าบริการ
| ข้อมูลวิธีการคำนวณเพื่อเรียกเก็บค่าบริการ |
|---|
ข้าพเจ้ายินยอมให้สำนักงานเข้าถึงข้อมูลที่ได้แจ้งในส่วนที่ ๑ (ข้อมูลและหลักฐานของผู้ประกอบธุรกิจ) ตลอดจนขอรับรองว่าข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน ต่าง ๆ ที่ข้าพเจ้าได้ยื่นประกอบแบบรายงานการดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการ แพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๑๘ (๓) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจ บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๘ มีความถูกต้อง ครบถ้วน ตรงต่อความเป็นจริงทุกประการ และข้าพเจ้ารับทราบว่าการให้ข้อมูลเท็จ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานใดไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือข้าพเจ้ามิได้ปฏิบัติให้ ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานกำหนด ข้าพเจ้าจะดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด
ลงนาม ... ผู้รายงานการดำเนินการ
( )
ประทับตรานิติบุคคล (ถ้ามี)