PDPC_Consult-24
เรื่อง สภาวิชาชีพบัญชีขอหารือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อกฎหมาย
-
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
มาตรา ๓ มาตรา ๖ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๔ (๔) มาตรา ๒๗ และมาตรา ๓๙ -
พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๗
มาตรา ๖ และมาตรา ๗ -
พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
มาตรา ๔ และมาตรา ๑๕ (๕)
ข้อหารือ
สภาวิชาชีพบัญชี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้ขอหารือเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ พร้อมได้อ้างถึงหนังสือตอบข้อหารือของคณะอนุกรรมการตอบข้อหารือตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ ซึ่งสภาวิชาชีพบัญชีได้เคยหารือเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ว่าสภาวิชาชีพบัญชีสามารถเปิดเผยข้อมูลชื่อ-สกุล เลขทะเบียนใบอนุญาต หมายเลขโทรศัพท์ และที่อยู่ของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทุกรายที่อยู่ในความครอบครองของสภาวิชาชีพบัญชีบนเว็บไซต์ของสภาวิชาชีพบัญชี โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล เพื่อให้ประชาชนทั่วไป หรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบสถานะของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตว่ามีสถานภาพปกติหรือถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตได้หรือไม่ หากไม่ได้ สภาวิชาชีพบัญชีจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เช่น เพิ่มข้อความให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตยินยอมโดยบริษัทให้สภาวิชาชีพบัญชีเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือใบขอต่ออายุต่าง ๆ หรือเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้อง สามารถทำได้หรือไม่ และผู้สอบบัญชีรับอนุญาตสามารถปฏิเสธการยินยอมดังกล่าวได้หรือไม่ หากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตปฏิเสธการยินยอม สภาวิชาชีพบัญชีสามารถปฏิเสธไม่รับขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือต่ออายุได้หรือไม่ และหากสภาวิชาชีพบัญชีไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ แต่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนดให้ประชาชนทั่วไปที่จะว่าจ้างผู้สอบบัญชีรับอนุญาต สามารถตรวจสอบสถานะความเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตผ่านเว็บไซต์ของสภาวิชาชีพบัญชี โดยกำหนดเงื่อนไขให้ประชาชนผู้ประสงค์ตรวจสอบกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ดังต่อไปนี้ ๑. ชื่อ ๒. สกุล ๓. เลขทะเบียน เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนตรงกับฐานข้อมูลผู้สอบบัญชีรับอนุญาตในระบบของสภาวิชาชีพบัญชีแล้วจะปรากฏข้อความว่า “ปกติ” แต่กรณีชื่อ หรือสกุล หรือเลขทะเบียนของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตไม่ถูกต้องหรือถูกต้อง แต่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรายดังกล่าวถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตจะปรากฏข้อความว่า “ไม่พบ
ข้อมูล” สามารถทำได้หรือไม่ และหากประชาชนประสงค์ขอตรวจสอบสถานะผู้สอบบัญชีรับอนุญาตโดยอ้างชื่อ ชื่อ สกุลและเลขทะเบียนของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตถูกต้องแต่เป็นการสอบถามทางโทรศัพท์ว่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ดังกล่าวมีสถานภาพปกติหรือถูกพักใช้ในอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตหรือไม่พบข้อมูลได้หรือไม่
โดยคณะอนุกรรมการตอบข้อหารือตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ เห็นว่า หากเป็นการ เปิดเผยชื่อ-สกุล เลขทะเบียนใบอนุญาตของผู้สอบบัญชีทุกรายบนเว็บไซต์ของสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อให้ประชาชน ทั่วไปหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบสถานะของผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาตว่า มีสถานภาพปกติหรือถูกพักใช้ ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตหรือไม่ สภาวิชาชีพบัญชีสามารถดำเนินการได้ โดยไม่ต้องขอความยินยอม จากผู้สอบบัญชีก่อนแต่อย่างใด แต่สำหรับการเปิดเผยหมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่ของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต บนเว็บไซต์ของสภาวิชาชีพบัญชีนั้น เห็นว่า ยังไม่มีความจำเป็นต่อการตรวจสอบสถานะของผู้สอบบัญชีที่ได้รับ อนุญาต การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าวจึงอาจเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควรตามนัยมาตรา ๑๕ (๕) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ดังนั้น หากสภาวิชาชีพบัญชีจะเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ในส่วนดังกล่าวจะต้องขอความยินยอมจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทุกรายก่อน ส่วนกรณีที่การตรวจสอบสถานะผู้สอบ บัญชีรับอนุญาตโดยการสอบถามทางโทรศัพท์ว่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาตดังกล่าวมีสถานภาพปกติหรือถูกพักใช้ ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตหรือไม่พบข้อมูลได้หรือไม่ เห็นว่า สภาวิชาชีพบัญชีสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับ สถานะของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตในกรณีที่มีการสอบถามทางโทรศัพท์ได้ โดยไม่เป็นการขัดต่อมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ แต่อย่างใด
ทั้งนี้ เนื่องจากในปัจจุบันมีการตราพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ และมีผล ใช้บังคับเต็มรูปแบบแล้วในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ สภาวิชาชีพบัญชีจึงขอหารือในการเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคล เพื่อให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวได้อย่างถูกต้องและเป็นไปด้วยดี ดังนี้
๑. สภาวิชาชีพบัญชีสามารถเปิดเผยข้อมูลชื่อ-สกุล เลขทะเบียนใบอนุญาตของผู้สอบบัญชีรับ อนุญาต รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสถานะใบอนุญาตของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทุกราย บนเว็บไซต์ของสภาวิชาชีพ บัญชี เพื่อให้ประชาชนทั่วไปหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบสถานะของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตว่ามี สถานภาพปกติหรือถูกพักใช้ในอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตหรือไม่ รวมทั้งการให้ข้อมูลสถานะของผู้สอบ บัญชีรับอนุญาตกรณีที่มีการสอบถามทางโทรศัพท์ โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตก่อน แต่อย่างใด ตามความเห็นของคณะอนุกรรมการตอบข้อหารือตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการได้หรือไม่
๒. กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามความเห็นของคณะอนุกรรมการตอบข้อหารือตามกฎหมาย ข้อมูลข่าวสารของราชการต่อไปได้อีกแล้วนั้น สภาวิชาชีพบัญชีจะต้องดำเนินการประการใดเพื่อให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
๓. กรณีที่สภาวิชาชีพบัญชีได้รับแจ้งคำสั่งลงโทษการประพฤติผิดจรรยาบรรณของผู้ประกอบ วิชาชีพบัญชีจากคณะกรรมการจรรยาบรรณซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการสอบสวนและมีคำสั่งลงโทษจรรยาบรรณ ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๗ สภาวิชาชีพบัญชีจะสามารถเปิดเผยข้อมูลในคำสั่งลงโทษ
จรรยาบรรณดังกล่าวบนเว็บไซต์ของสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อให้ประชาชนและหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้
พึ่งทราบและจะได้ใช้ความระมัดระวังในการว่าจ้างบุคคลดังกล่าว อันเป็นการคุ้มครองประชาชนและสาธารณะ
ซึ่งปัจจุบันพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๗ ยังไม่ได้กำหนดให้สภาวิชาชีพบัญชีมีการเปิดเผยข้อมูล
ในคำสั่งลงโทษจรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไว้อย่างชัดเจนว่ากระทำได้หรือไม่เพียงใด
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
ความเห็น
คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือและให้คำแนะนำหน่วยงานของรัฐเพื่อรองรับ
การบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พิจารณาประเด็นข้อหารือดังกล่าวแล้วมีความเห็น ดังนี้
ประเด็นหารือที่ ๑ สภาวิชาชีพบัญชีสามารถเปิดเผยข้อมูลชื่อ-สกุล เลขทะเบียนใบอนุญาต
ของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสถานะใบอนุญาตของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทุกราย
บนเว็บไซต์ของสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อให้ประชาชนทั่วไปหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบสถานะของผู้สอบ
บัญชีรับอนุญาตว่ามีสถานภาพปกติหรือถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตหรือไม่ รวมทั้งการให้ข้อมูล
สถานะของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตกรณีที่มีการสอบถามทางโทรศัพท์ โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากผู้สอบ
บัญชีรับอนุญาตก่อนแต่อย่างใด ตามความเห็นของคณะอนุกรรมการตอบข้อหารือตามกฎหมายข้อมูลข่าวสาร
ของราชการได้หรือไม่
ความเห็น คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือฯ เห็นว่า สภาวิชาชีพบัญชีเป็นนิติบุคคล
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพบัญชี ตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี
พ.ศ. ๒๕๔๗ และมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามอำนาจ
หน้าที่ในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว สภาวิชาชีพบัญชีจึงถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
ตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ และในขณะเดียวกัน สภาวิชาชีพ
บัญชีซึ่งเป็นองค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพ ถือเป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร
ของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ข้อมูลข่าวสาร (รวมถึงข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล) ที่อยู่ในความครอบครอง
หรือควบคุมดูแลของสภาวิชาชีพบัญชี จึงถือเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามนัยมาตรา ๔
แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ดังนั้น สภาวิชาชีพบัญชีจึงอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติ
ทั้ง ๒ ฉบับดังกล่าว
สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติหลักการไว้ว่า ในกรณีที่มีกฎหมายว่า
ด้วยการใดบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะใด กิจการใด หรือหน่วยงานใดไว้โดยเฉพาะแล้ว
ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้น เว้นแต่ (๑) บทบัญญัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
ข้อมูลส่วนบุคคล และบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง ให้บังคับ
ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้เป็นการเพิ่มเติม ไม่ว่าจะซ้ำกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้นหรือไม่ก็ตาม (๒) ฯลฯ ดังนั้น เพื่อให้การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของสภาวิชาชีพบัญชีในประเด็นที่ได้หารือมานี้ เป็นไปตามที่กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับดังกล่าวบัญญัติ สภาวิชาชีพบัญชีอาจพิจารณาเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ได้บัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับหน่วยงานของรัฐไว้โดยเฉพาะแล้ว และต้องบังคับตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นการเพิ่มเติม ตามมาตรา ๓ (๑) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือฯ มีความเห็นเพิ่มเติมว่า การที่สภาวิชาชีพบัญชีเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๗ ถือเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินการกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๒๔ (๔) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ สภาวิชาชีพบัญชีจึงสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลชื่อ-สกุลเลขทะเบียนใบอนุญาตของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสถานะใบอนุญาตของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทุกราย บนเว็บไซต์ของสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อให้ประชาชนทั่วไปหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบสถานะของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตว่ามีสถานภาพปกติหรือถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตหรือไม่ รวมทั้งการให้ข้อมูลสถานะของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตกรณีที่มีการสอบถามทางโทรศัพท์ โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง แต่สภาวิชาชีพบัญชีต้องบันทึกการใช้หรือเปิดเผยนั้นไว้ในรายการ (Record of Processing Activities) ตามมาตรา ๓๙ ทั้งนี้ ตามนัยมาตรา ๒๗ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ดี การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต้องกระทำเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อนหรือในขณะที่เก็บรวบรวม ตามมาตรา ๒๒ ประกอบมาตรา ๒๑ และจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่แตกต่างไปจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้มิได้ เว้นแต่ (๑) ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่นั้นให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบและได้รับความยินยอมก่อนเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยแล้ว หรือ (๒) บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ นอกจากนี้ สภาวิชาชีพบัญชีอาจพิจารณาเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต่อผู้ร้องขอเป็นการเฉพาะราย โดยให้บริการตรวจสอบผ่านระบบสารสนเทศหรือเว็บไซต์ที่ให้บริการสืบค้นข้อมูลตามเงื่อนไขที่กำหนด จะเป็นการเหมาะสมกว่าการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทั้งหมดในภาพรวมผ่านเว็บไซต์เป็นการทั่วไป
สำหรับการเปิดเผยหมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่ของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทุกรายที่อยู่ในความครอบครองของสภาวิชาชีพบัญชีบนเว็บไซต์ของสภาวิชาชีพบัญชี ซึ่งสภาวิชาชีพบัญชีได้เคยหารือคณะอนุกรรมการตอบข้อหารือตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ และคณะอนุกรรมการฯ
ได้ให้ความเห็นไว้ว่า การเปิดเผยหมายเลขโทรศัพท์ และที่อยู่ของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตบนเว็บไซต์ ของสภาวิชาชีพบัญชี ยังไม่มีความจำเป็นต่อการตรวจสอบสถานะของผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต การเปิดเผย ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวจึงอาจเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควรตามนัยมาตรา ๑๕ (๕) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ดังนั้น หากสภาวิชาชีพบัญชีจะเปิดเผยข้อมูล ข่าวสารในส่วนดังกล่าวจะต้องขอความยินยอมจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทุกรายก่อนนั้น คณะอนุกรรมการ เฉพาะกิจตอบข้อหารือและให้คำแนะนำหน่วยงานของรัฐเพื่อรองรับการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เห็นว่า สภาวิชาชีพบัญชีได้เก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีโดยอาศัยฐานทางกฎหมาย คือ เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติ หน้าที่ในการดำเนินการกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้ อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตามนัยมาตรา ๒๔ (๔) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ แม้จะเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจาก สมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีหรือผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยได้รับ ยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามนัยมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ แต่สภาวิชาชีพบัญชีจะต้องดำเนินการเท่าที่จำเป็นตามอำนาจหน้าที่ เพื่อการตรวจสอบสถานะของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและต้องดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์โดยชอบด้วย กฎหมาย เพื่อไม่ให้เป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่สมควร และหากจะเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลในส่วนที่ไม่ได้มีความจำเป็นตามหน้าที่และอำนาจเพื่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ใด ก็จะต้อง ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อน คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือฯ จึงมีความเห็น พ้องกับความเห็นของคณะอนุกรรมการตอบข้อหารือตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ
ประเด็นหารือที่ ๒ กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามความเห็นของคณะอนุกรรมการตอบข้อหารือ ตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการต่อไปได้อีกแล้วนั้น สภาวิชาชีพบัญชีจะต้องดำเนินการประการใด เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
ความเห็น เมื่อคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือฯ ได้ให้ความเห็นในประเด็นหารือ ที่ ๑ โดยเห็นว่า ในการพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สภาวิชาชีพบัญชีจะต้อง พิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ และพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ทั้งสองฉบับ และคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือฯ มีความเห็นไป ในทางเดียวกับคณะอนุกรรมการตอบข้อหารือตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการในประเด็นที่เกี่ยวข้อง แล้ว คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือฯ จึงไม่ต้องให้ความเห็นในประเด็นหารือนี้
ประเด็นหารือที่ ๓ กรณีที่สภาวิชาชีพบัญชีได้รับแจ้งคำสั่งลงโทษการประพฤติผิด จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีจากคณะกรรมการจรรยาบรรณซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการสอบสวน และมีคำสั่งลงโทษจรรยาบรรณตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๗ สภาวิชาชีพบัญชีจะสามารถ เปิดเผยข้อมูลในคำสั่งลงโทษจรรยาบรรณดังกล่าวบนเว็บไซต์ของสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อให้ประชาชน
และหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พึงทราบและจะได้ใช้ความระมัดระวังในการว่าจ้างบุคคลดังกล่าว อันเป็นการ คุ้มครองประชาชนและสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๗ ยังไม่ได้กำหนดให้สภา วิชาชีพบัญชีมีการเปิดเผยข้อมูลในคำสั่งลงโทษจรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไว้อย่างชัดเจนว่ากระทำได้ หรือไม่เพียงใด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
ความเห็น คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือฯ เห็นว่า ตามความเห็น ของคณะอนุกรรมการฯ ในประเด็นหารือที่ ๑ สภาวิชาชีพบัญชีต้องพิจารณาดำเนินการอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของสภาวิชาชีพบัญชีเพื่อประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ ของเอกชนที่เกี่ยวข้องประกอบกัน รวมถึงต้องดำเนินการเท่าที่จำเป็น เพื่อมิให้เป็นการละเมิดหรือรุกล้ำสิทธิ ส่วนบุคคลโดยไม่สมควร ดังนั้น การเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดในคำสั่งลงโทษจรรยาบรรณของผู้ประกอบ วิชาชีพบัญชีจากคณะกรรมการจรรยาบรรณไว้บนเว็บไซต์ของสภาวิชาชีพบัญชีเป็นการทั่วไปจึงอาจเป็นการ ละเมิดหรือรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร อย่างไรก็ตาม ประชาชนหรือผู้เกี่ยวข้องยังอาจขอใช้สิทธิเข้า ตรวจดูข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเป็นรายกรณีกับสภาวิชาชีพบัญชีตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้