PDPC_Consult-05

เรื่อง ธนาคาร จ. ขอหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดกับลูกค้าธนาคาร

ข้อกฎหมาย

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
    มาตรา ๑๘ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๔ มาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๙

ข้อหารือ

ธนาคาร จ. ขอหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดกับลูกค้าธนาคาร โดยมีประเด็นดังนี้

  1. กรณีลูกค้ายังไม่เคยกรอกแบบฟอร์มการให้ความยินยอม และยังไม่เคยให้ความยินยอมเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด

1.1 กรณีธนาคารนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อทำการตลาดกับลูกค้าธนาคาร เช่น นำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อกับลูกค้าเงินฝาก ต้องขอความยินยอมจากลูกค้าหรือไม่ อย่างไร

1.2 กรณีธนาคารนำเสนอผลิตภัณฑ์เดิม เช่น นำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทอื่นให้กับลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์เงินฝาก หรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์เดิมให้กับลูกค้า เช่น นำเสนอปัตร ATM หรือ Mobile banking ให้กับลูกค้าเงินฝากธนาคาร ต้องขอความยินยอมจากลูกค้าหรือไม่ อย่างไร

  1. กรณีที่ลูกค้ามากรอกแบบฟอร์มการให้ความยินยอม และเลือกไม่ให้ความยินยอมเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในทางการตลาด

2.1 กรณีธนาคารนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น นำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อกับลูกค้าเงินฝาก ธนาคารสามารถนำเสนอได้หรือไม่ อย่างไร

2.2 กรณีธนาคารนำเสนอผลิตภัณฑ์เดิม เช่น นำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทอื่นให้กับลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์เงินฝาก หรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์เดิมให้กับลูกค้า เช่น นำเสนอปัตร ATM หรือ Mobile banking ให้กับลูกค้าเงินฝาก ธนาคารสามารถนำเสนอได้หรือไม่ อย่างไร

ความเห็น

คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือและให้คำแนะนำหน่วยงานของรัฐเพื่อรองรับการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ พิจารณาประเด็นข้อหารือของธนาคาร จ. แล้ว เห็นว่า


ประเด็นหารือที่ ๑.๑ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดเป็นกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามสัญญาของผลิตภัณฑ์เดิม จึงไม่สามารถอ้างฐานการปฏิบัติตามสัญญาตามมาตรา ๒๔ (๓) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องพิจารณาฐานทางกฎหมายอื่น เมื่อไม่มีฐานทางกฎหมายตามมาตรา ๒๔ (๑) ถึง (๖) ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่จึงต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยใช้หลักเกณฑ์การขอความยินยอมตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐

ประเด็นหารือที่ ๑.๒ กรณีกิจกรรมการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทอื่นให้กับลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์เงินฝาก ซึ่งธนาคารมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ฝากเงินกับธนาคารโดยอาศัยฐานการปฏิบัติตามสัญญาตามมาตรา ๒๔ (๓) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ อยู่ก่อนแล้ว แต่การนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทอื่นให้แก่ลูกค้าที่ฝากเงินเพิ่มเติมในภายหลังเป็นกิจกรรมที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์หลักตามสัญญาของผลิตภัณฑ์เงินฝาก จึงไม่อาจอ้างฐานการปฏิบัติตามสัญญาตามมาตรา ๒๔ (๓) ได้ ดังนั้น การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทอื่นให้กับลูกค้า จึงต้องพิจารณาฐานอื่นตามมาตรา ๒๔ (๑) ถึง (๖) กรณีไม่มีฐานทางกฎหมาย ธนาคารต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยใช้หลักเกณฑ์การขอความยินยอมตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐

กรณีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์เดิมให้กับลูกค้าที่ฝากเงิน เช่น บัตร ATM หรือ Mobile Banking ธนาคารอาจพิจารณาใช้ฐานทางกฎหมายตามมาตรา ๒๔ (๕) ได้ โดยพิจารณาถึงความคาดหวังของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และความได้สัดส่วนของการชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interests) ของธนาคาร กับสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งอาจพิจารณาทำการประเมินประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interests Assessment: LIA) เพื่อใช้อ้างอิงประกอบในการจัดทำบันทึกรายการขององค์กรตามมาตรา ๓๙ ด้วยทั้งนี้ ธนาคารควรแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบว่า หากไม่ประสงค์ให้ธนาคารเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด (opt-out) ได้ตามมาตรา ๓๒

ประเด็นหารือที่ ๒ ในกรณีที่ลูกค้าไม่ให้ความยินยอมแก่ธนาคารสำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น นำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อกับลูกค้าเงินฝาก หรือการนำเสนอผลิตภัณฑ์เดิม เช่น นำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทอื่นให้กับลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์เงินฝาก ธนาคารจะไม่มีฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้น ธนาคารจึงไม่สามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดสำหรับกิจกรรมดังกล่าวได้


สำหรับกรณีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์เดิมให้กับลูกค้าเงินฝาก เช่น บัตร ATM หรือ Mobile Banking ธนาคารอาจพิจารณาเลือกใช้ฐานใดฐานหนึ่งในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ฐานทางกฎหมายตามมาตรา ๒๔ (๕) การจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากลูกค้า แต่กรณีธนาคารเลือกใช้ฐานความยินยอมแล้ว ลูกค้าไม่ให้ความยินยอม ธนาคารจะไม่สามารถนำฐานทางกฎหมายตามมาตรา ๒๔ (๕) มาใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกับลูกค้าในกิจกรรมดังกล่าวได้อีก และจะไม่สามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดสำหรับกิจกรรมดังกล่าวได้

Powered by Forestry.md