ETDA - T&C Details

หน้า ๖

เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๙๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๖

ประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

ที่ ธพด. ๔/๒๕๖๖

เรื่อง รายละเอียดการประกาศข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ผู้ใช้บริการทราบ

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดรายละเอียดการประกาศข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งต้องประกาศให้ผู้ใช้บริการทราบ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมในการให้บริการ ตลอดจนเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ ของผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗ วรรคสอง แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ ประกอบกับมติของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ในการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ ธพด. ๔/๒๕๖๖ เรื่อง รายละเอียดการประกาศข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ผู้ใช้บริการทราบ”

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เป็นต้นไป

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายความว่า ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะตามมาตรา ๑๖ แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕

“ผู้ประกอบการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งเสนอสินค้าหรือบริการต่อผู้บริโภคผ่านบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล

“ผู้ให้บริการเว็บไซต์ (corporate website user)” หมายความว่า บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของเว็บไซต์โดยปรากฏที่ตั้งของเว็บไซต์ (URL) ดังกล่าวในรายการค้นหาของบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการสืบค้นแหล่งที่ตั้งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ (search engine) ตามมาตรา ๑๖ (๒) ทั้งนี้ ไม่ว่าจะคิดค่าบริการหรือไม่ก็ตาม

“ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และให้หมายความรวมถึงผู้ประกอบการและผู้บริโภคด้วย

“ค่าบริการ” หมายความรวมถึง ค่าตอบแทน ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายอื่น และบรรดาเงินหรือทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวกับการให้บริการซึ่งเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ


หน้า ๗

เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๙๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๖

“บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ (search engine)” หมายความว่า บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ให้ผู้ใช้บริการค้นหาเว็บไซต์ของผู้ให้บริการเว็บไซต์ (corporate website user) ไม่ว่าในภาษาหนึ่งภาษาใดด้วยการใส่ข้อมูลในรูปแบบของคำสำคัญ (keyword) คำสั่งเสียง วลี หรือข้อมูลอื่น และบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าวแสดงผลการค้นหารายการเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลนั้นได้ ไม่ว่าในรูปแบบใด

“การจัดอันดับ (ranking)” หมายความว่า การแสดงผลการเสนอสินค้า บริการ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ การโฆษณา การประเมินความพึงพอใจและการแสดงความคิดเห็นของผู้ใช้บริการ หรือเนื้อหาอื่น หรือการแสดงผลการค้นหาบนบริการสืบค้นแหล่งที่ตั้งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ (search engine) ที่สัมพันธ์กันด้วยปัจจัยหนึ่งปัจจัยใดบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยการจัดเรียง หรือถ่ายทอด โดยผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะตามมาตรา ๑๖ (๑) หรือบริการสืบค้นแหล่งที่ตั้งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ (search engine) ตามมาตรา ๑๖ (๒) แห่งพระราชกฤษฎีกา การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะใช้วิธีการทางเทคโนโลยีรูปแบบใดก็ตาม

“การแนะนำ (recommending)” หมายความว่า การจัดลำดับ (ranking) สินค้า บริการ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ การโฆษณา การประเมินความพึงพอใจและการแสดงความคิดเห็นของผู้ใช้บริการ หรือเนื้อหาอื่น เพื่อแนะนำแก่ผู้ใช้บริการโดยการแสดงผลที่สัมพันธ์กันกับผลการวิเคราะห์หรือคาดการณ์ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลและพฤติกรรมการใช้บริการของผู้ใช้บริการ ด้วยระบบอัตโนมัติทั้งหมดหรือ บางส่วน ที่ดำเนินการโดยผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะตามมาตรา ๑๖ (๑) หรือบริการสืบค้นแหล่งที่ตั้งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ (search engine) ตามมาตรา ๑๖ (๒) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕

“การประเมินความพึงพอใจและการแสดงความคิดเห็น (review)” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับ ประสบการณ์ของผู้ใช้บริการที่มีต่อสินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่ได้รับจากผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ใช้บริการรายอื่น ซึ่งเผยแพร่ต่อสาธารณะ

หมวด ๑
บททั่วไป

ข้อ ๔ ประกาศนี้ใช้บังคับกับผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะ ตามมาตรา ๑๖ แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕

ข้อ ๕ ให้ผู้ประกอบธุรกิจประกาศข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการโดยแจ้งรายละเอียด ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ เฉพาะในเรื่องที่มีการดำเนินการให้ผู้ใช้บริการทราบ อย่างชัดเจน และเหมาะสม ก่อนหรือขณะเข้าใช้บริการ โดยอย่างน้อยต้องระบุไว้ในเงื่อนไขในการให้บริการ ทั้งนี้ หากไม่มีการดำเนินการในเรื่องที่กำหนดไว้ในหมวดใด ให้แจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบว่าไม่มีการดำเนินการ ในเรื่องนั้นด้วย


หน้า ๘

เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๙๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๖

หากผู้ประกอบธุรกิจมีการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ หรือการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามกฎหมายอื่นเป็นการเฉพาะแล้ว อาจกำหนดรายละเอียดข้อตกลงและเงื่อนไข การให้บริการในเรื่องอื่นเป็นการเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ โดยให้คำนึงถึงรายละเอียดตามประกาศนี้

ข้อ ๖ ประกาศข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการต้องมีลักษณะ ดังนี้

(๑) ต้องทำเป็นภาษาไทยเป็นอย่างน้อย

(๒) ต้องใช้ภาษาที่อ่านง่าย และผู้ใช้บริการทั่วไปของบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลนั้น สามารถเข้าใจได้ง่าย

(๓) อาจใช้รูปภาพ เครื่องหมาย หรือสิ่งอื่นใด (graphical elements) ประกอบเพื่อช่วยในการอธิบายหรือสื่อความหมายได้

(๔) ต้องพร้อมให้ผู้ใช้บริการสามารถอ่าน เห็น หรือทราบได้โดยง่าย ทั้งก่อนหรือขณะเข้าใช้บริการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

(๕) ต้องแสดงรายละเอียดให้ผู้ใช้บริการที่เกี่ยวข้องทราบอย่างเพียงพอต่อการตัดสินใจ ในการใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง

ข้อ ๗ ให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นรายงานและหลักฐานการประกาศข้อตกลงและเงื่อนไข การให้บริการให้ผู้ใช้บริการทราบ ตามมาตรา ๑๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจ บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยมีรายการข้อมูลตรงตามแบบที่กำหนด ในประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับแบบรายงานการประกาศข้อตกลงและเงื่อนไข การให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ผ่านระบบแจ้งการประกอบธุรกิจ หรือยื่นแบบต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ตั้งของสำนักงาน

การยื่นรายงานการดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้ยื่นพร้อมการแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจบริการ แพลตฟอร์มดิจิทัลรายปีทุกปี

หมวด ๒

เงื่อนไขในการให้บริการ การระงับหรือการหยุดให้บริการ และการคิดค่าบริการ

ข้อ ๘ ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีการปฏิบัติที่แตกต่างกันต่อสินค้า บริการ หรือเนื้อหาของ ผู้ประกอบธุรกิจ หรือของผู้ใช้บริการที่เสนอบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับ การปฏิบัติที่แตกต่างกันไว้ในเงื่อนไขในการให้บริการ ซึ่งครอบคลุมมาตรการเฉพาะที่ผู้ประกอบธุรกิจ ใช้หรือดำเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้

(๑) การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอื่นซึ่งผู้ใช้บริการให้ไว้เพื่อการใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือที่เกิดจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล


หน้า ๙

เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๙๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๖

(๒) การจัดอันดับ (ranking) หรือการตั้งค่าการทำงานอื่น (setting) โดยผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งมีผลต่อผู้ใช้บริการในการเข้าถึงสินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่เสนอบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยผู้ใช้บริการรายอื่น

(๓) การคิดค่าบริการไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมที่เรียกเก็บจากการใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล

(๔) การเข้าถึงการใช้งานบริการ ฟังก์ชัน หรือการเชื่อมต่อทางเทคนิคบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งรวมถึงเงื่อนไขและการคิดค่าบริการในการใช้งานดังกล่าว

ข้อ ๙ กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจจัดให้มีการนำเสนอโฆษณาบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลของตน ต้องแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้ ในขณะที่โฆษณาปรากฏต่อผู้ใช้บริการ

(๑) รูปภาพ เครื่องหมาย หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกัน เพื่อให้ทราบว่าข้อมูล ที่นำเสนอนั้นเป็นโฆษณา

(๒) ช่องทางหรือวิธีการเพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบผู้กระทำการโฆษณาดังกล่าว

ข้อ ๑๐ ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการคิดค่าบริการ ระยะเวลา ช่องทาง วิธีการและรูปแบบในการชำระค่าตอบแทน ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายอื่น และบรรดาเงินหรือทรัพย์สินอื่น ที่เกี่ยวกับการให้บริการ ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ หรือผู้ประกอบธุรกิจต้องชำระ แก่ผู้ใช้บริการ

ข้อ ๑๑ ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะตามมาตรา ๑๖ (๑) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ ต้องแสดงรายละเอียดในเรื่องดังต่อไปนี้ ไว้ในเงื่อนไขในการให้บริการ

(๑) ช่องทางการจำหน่ายอื่น (additional distribution channels) ที่ผู้ประกอบธุรกิจนำสินค้า บริการ หรือเนื้อหาไปเสนอแก่ผู้บริโภคผ่านช่องทางอื่นได้ หรือโปรแกรมพันธมิตรเพื่อส่งเสริมสนับสนุน การขายสินค้าแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ (affiliate program) ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจอาจทำการตลาดสินค้า บริการ หรือเนื้อหาของผู้ใช้บริการ

(๒) ผลของข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับความเป็นเจ้าของและการควบคุม ที่มีต่อสิทธิในทางทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ใช้บริการ

(๓) ประเภทของสินค้า บริการ หรือเนื้อหาเสริม (ancillary goods and services) หรือที่ใช้ประกอบกันกับสินค้า บริการ หรือเนื้อหาหลัก (complementary goods and services) ที่มีการเสนอโดยผู้ประกอบธุรกิจหรือบุคคลภายนอก ก่อนธุรกรรมซื้อขายจะเสร็จสมบูรณ์ รวมถึงเงื่อนไข ที่ผู้ประกอบการจะสามารถเสนอขายสินค้า บริการ หรือเนื้อหาดังกล่าวบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลได้

(๔) เงื่อนไขที่จำกัดหรือกีดกันผู้ประกอบการในการเสนอขายสินค้า บริการ หรือเนื้อหา ประเภทเดียวกันภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกันผ่านช่องทางอื่นนอกเหนือจากบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ของผู้ประกอบธุรกิจ พร้อมระบุเหตุผลประกอบ


หน้า ๑๐

เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๙๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๖

(๕) เงื่อนไขในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจจะหยุดการให้บริการ (suspend) ทั้งหมดหรือบางส่วนแก่ผู้ใช้บริการรายใดเป็นการชั่วคราว หรือจะระงับการให้บริการ (terminate) แก่ผู้ใช้บริการรายใดทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๒ ข้อ ๑๓ และข้อ ๑๔

(๖) เงื่อนไขที่ผู้ใช้บริการสามารถยกเลิกสัญญากับผู้ประกอบธุรกิจได้ รวมถึงกระบวนการและผลที่เกิดขึ้นจากการยกเลิกสัญญาดังกล่าว

(๗) รายละเอียดกระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการ

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะตามมาตรา ๑๖ (๑) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ ประสงค์จะหยุดการให้บริการ (suspend) ทั้งหมดหรือบางส่วนแก่ผู้ใช้บริการรายใดเป็นการชั่วคราวให้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้ใช้บริการรายนั้นทราบ ก่อนหรือขณะหยุดการให้บริการ พร้อมระบุเหตุผลประกอบ อาทิ เงื่อนไขในการให้บริการที่เกี่ยวข้อง ข้อเท็จจริง พฤติการณ์ การแจ้งโดยบุคคลภายนอก หรือระยะเวลาในการใช้สิทธิได้แย้ง

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะตามมาตรา ๑๖ (๑) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ ประสงค์จะระงับการให้บริการ (terminate) แก่ผู้ใช้บริการรายใด ให้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้ใช้บริการรายนั้นทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน พร้อมระบุเหตุผลประกอบ อาทิ เงื่อนไขในการให้บริการที่เกี่ยวข้อง ข้อเท็จจริง พฤติการณ์ การแจ้งโดยบุคคลภายนอก หรือระยะเวลาในการใช้สิทธิได้แย้ง

ระยะเวลาและการแจ้งเหตุผลตามวรรคหนึ่ง ไม่ใช้บังคับกับกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งตามกฎหมายที่ทำให้ไม่สามารถแจ้งผู้ใช้บริการได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด

(๒) เป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขในการให้บริการซ้ำเรื่องเดิมหรือที่เป็นเรื่องร้ายแรง และมีกำหนดไว้ในเงื่อนไขในการให้บริการอย่างชัดเจนแล้ว

หากผู้ประกอบธุรกิจแจ้งการระงับการให้บริการล่วงหน้าน้อยกว่าสามสิบวัน ให้การระงับการให้บริการมีผลเมื่อครบกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันที่แจ้งการระงับการให้บริการ

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่การหยุดการให้บริการ (suspend) ตามข้อ ๑๒ หรือการระงับการให้บริการ (terminate) ตามข้อ ๑๓ ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องให้โอกาสผู้ใช้บริการในการชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผลผ่านกระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียน

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจยกเลิกการหยุดการให้บริการ (suspend) หรือระงับการให้บริการ (terminate) ตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องคืนสถานะการใช้บริการให้แก่ผู้ใช้บริการในระยะเวลาที่เหมาะสม รวมถึงให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอื่นที่ผู้ใช้บริการมีอยู่บนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลก่อนที่จะถูกหยุดการให้บริการ (suspend) หรือระงับการให้บริการ (terminate) ในครั้งนั้น


หน้า ๑๑

เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๙๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๖

ข้อ ๑๕ เพื่อประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการ ในกรณีที่บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลหยุดการให้บริการ เป็นการชั่วคราวไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนอันเกิดจากการปรับปรุงการให้บริการ เกิดปัญหา หรือมี ความบกพร่องในการให้บริการ หรือสาเหตุอื่นในท่านองเดียวกัน ให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งรายละเอียด ต่อไปนี้ให้ผู้ใช้บริการทราบ

(๑) กรณีเป็นการเตรียมการล่วงหน้า ให้แจ้งผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าก่อนการหยุดให้บริการ โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับบริการที่หยุดให้บริการชั่วคราว เหตุผล และระยะเวลาหยุดให้บริการดังกล่าว

(๒) กรณีไม่ได้เป็นการเตรียมการล่วงหน้า ให้แจ้งผู้ใช้บริการทราบโดยเร็วนับแต่เวลาที่หยุด ให้บริการ โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับบริการที่หยุดให้บริการชั่วคราว เหตุผล และระยะเวลาหยุดหรือ คาดว่าจะหยุดให้บริการดังกล่าว

ข้อ ๑๖ ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะตามมาตรา ๑๖ (๑) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่จัดให้มีการประเมินความพึงพอใจหรือการแสดงความคิดเห็น (review) ของผู้ใช้บริการบนบริการ แพลตฟอร์มดิจิทัลของตน ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงรายละเอียดผู้ใช้บริการทราบ ในเรื่องดังต่อไปนี้

(๑) ข้อกำหนดเกี่ยวกับการรวบรวม เช่น เป็นการประเมินความพึงพอใจหรือแสดงความคิดเห็น โดยบุคคลที่มีอยู่จริง และได้รับหรือใช้สินค้าหรือบริการนั้นจริง ระยะเวลาในการส่งการประเมิน ความพึงพอใจหรือการแสดงความคิดเห็น รวมทั้งผลหรือสิทธิประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าว

(๒) ข้อกำหนดเกี่ยวกับการกลั่นกรอง เช่น ให้ประเมินความพึงพอใจหรือแสดงความคิดเห็น จากประสบการณ์ของตนเองที่มีต่อสินค้า บริการ หรือเนื้อหานั้น ไม่ใช่ถ้อยคำหรือข้อความที่เป็น การหมิ่นประมาท หรือผิดกฎหมายอื่น และการดำเนินการต่อการประเมินความพึงพอใจหรือการแสดง ความคิดเห็นที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนด

(๓) ข้อกำหนดเกี่ยวกับการเผยแพร่ เช่น การแสดงชื่อหรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ ที่ประเมินความพึงพอใจหรือแสดงความคิดเห็น ตัวกรองการแสดงข้อมูลการประเมินความพึงพอใจและ การแสดงความคิดเห็นของผู้ใช้บริการ (filtering) และทางเลือกในการปรับเปลี่ยนหรือตั้งค่าตัวกรอง ดังกล่าว

หมวด ๓

ปัจจัยหลักของอัลกอริทึมหรือของหลักเกณฑ์ ที่ผู้ประกอบธุรกิจใช้ในการจัดอันดับหรือการแนะนำแก่ผู้ใช้บริการ

ข้อ ๑๗ ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงปัจจัยหลักของอัลกอริทึมหรือของหลักเกณฑ์ที่ผู้ประกอบธุรกิจ ใช้ในการจัดอันดับ (ranking) หรือการแนะนำ (recommending) รายการสินค้า บริการ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ การโฆษณา การประเมินความพึงพอใจและการแสดงความคิดเห็น (review) หรือเนื้อหาอื่น และเหตุผล ที่ปัจจัยหลักดังกล่าวมีความสำคัญในการจัดอันดับ (ranking) หรือการแนะนำ (recommending) เมื่อเทียบกับปัจจัยอื่น ทั้งนี้ การแสดงปัจจัยหลักดังกล่าวไม่รวมถึงการเปิดเผยอัลกอริทึม


หน้า ๑๒
เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๙๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๖

ปัจจัยหลักของอัลกอริทึมหรือของหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่ง เช่น ราคา การใส่ข้อมูลในรูปแบบของคำสำคัญ (keyword) ข้อมูลพื้นฐานของผู้ใช้งาน (user demographic) คุณภาพของสินค้าคุณภาพของผู้ขาย การประเมินความพึงพอใจและการแสดงความคิดเห็น (review) ของผู้ใช้บริการรายอื่นสต๊อกสินค้า หรือข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า

ในกรณีที่มีการแนะนำ (recommending) รายการสินค้า บริการ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ การโฆษณา การประเมินความพึงพอใจและการแสดงความคิดเห็น (review) หรือเนื้อหาอื่น ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงรายละเอียดทางเลือกที่ผู้ใช้บริการมีในการปรับเปลี่ยนหรือกำหนดปัจจัยหลักดังกล่าว

ข้อ ๑๘ หากค่าตอบแทน ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายอื่น และบรรดาเงินหรือทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการซึ่งผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ หรือผู้ประกอบธุรกิจต้องชำระแก่ผู้ใช้บริการไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยหลักของอัลกอริทึมหรือของหลักเกณฑ์ที่อาจส่งผลต่อการจัดอันดับ (ranking) หรือการแนะนำ (recommending) รายการสินค้า บริการข้อมูลคอมพิวเตอร์ การโฆษณา การประเมินความพึงพอใจและการแสดงความคิดเห็น (review) หรือเนื้อหาอื่น ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับผลที่จะเกิดขึ้นให้ผู้ใช้บริการทราบ

ข้อ ๑๙ หากผู้ประกอบธุรกิจให้บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ (search engines) ตามมาตรา ๑๖ (๒) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ เปลี่ยนแปลงลำดับของการจัดอันดับ (ranking) หรือการแนะนำ (recommending) เว็บไซต์ใดเป็นการเฉพาะ หรือเพิกถอนเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งเนื่องจากการแจ้งของบุคคลภายนอกผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงรายละเอียดทางเลือกแก่ผู้ให้บริการเว็บไซต์ (corporate website user) รายนั้น ในการตรวจสอบเนื้อหาการแจ้งของบุคคลภายนอกดังกล่าว

หมวด ๕

การเข้าถึงและการใช้งานข้อมูลที่ได้รับจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ใช้บริการ

ข้อ ๒๐ ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการเข้าถึงและใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอื่น ซึ่งผู้ใช้บริการให้ไว้เพื่อการใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือที่เกิดจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงและใช้งานโดยทางเทคนิคหรือตามสัญญา ซึ่งรวมถึงการเก็บข้อมูลดังกล่าวหลังจากที่สัญญาการให้บริการสิ้นสุดลง อย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้

(๑) การเข้าถึงและใช้งานข้อมูลดังกล่าวโดยผู้ประกอบธุรกิจว่าเป็นข้อมูลประเภทใด และภายใต้เงื่อนไขใด นอกจากนี้ หากมีการให้ข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลภายนอกซึ่งไม่เกี่ยวข้องโดยตรงในการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งวัตถุประสงค์ของการให้ข้อมูล และทางเลือกในการไม่ให้ข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลภายนอกด้วย


หน้า ๑๓

เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๙๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๖

(๒) การเข้าถึงและใช้งานข้อมูลดังกล่าวโดยผู้ใช้บริการว่าเป็นข้อมูลประเภทใด และภายใต้เงื่อนไขใด ซึ่งรวมถึงการเข้าถึงและใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอื่นโดยผู้ประกอบการรายอื่น นอกจากนี้ ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งทางเลือกกรณีที่ผู้ใช้บริการสามารถให้ข้อมูลแก่บุคคลภายนอก ซึ่งไม่เกี่ยวข้องโดยตรงในการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลได้

หมวด ๕

ช่องทางการให้ความช่วยเหลือ กระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียน และการระงับข้อพิพาท

รวมทั้งกรอบระยะเวลาในการดำเนินการดังกล่าว

ข้อ ๒๑ ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับช่องทางหรือบุคลากรที่ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ใช้บริการซึ่งได้รับความเสียหายจากการใช้บริการ และกระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียนของผู้ประกอบธุรกิจที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการร้องเรียน การให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจ หรือการให้บริการของพนักงานหรือลูกจ้างของผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกรอบระยะเวลาในการดำเนินการดังกล่าว

ข้อ ๒๒ ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียนของผู้ประกอบธุรกิจตามข้อ ๒๑ โดยอย่างน้อยครอบคลุมถึงขั้นตอนและมาตรการการดูแลผู้ใช้บริการ ซึ่งได้รับความเสียหายจากการใช้บริการ ขั้นตอนการเยียวยาความเสียหาย การติดตามและแจ้งผล การดำเนินการให้ผู้ใช้บริการทราบ และการระบุสาระสำคัญของสัญญาประกันภัยที่ผู้ประกอบธุรกิจได้ทำไว้ในกรณีเกิดความเสียหาย (ถ้ามี) รวมถึงมาตรการอื่นที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๖ แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕

ข้อ ๒๓ ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการใช้กระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียนของผู้ประกอบธุรกิจตามข้อ ๒๑ ก่อน

เพื่อประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการ ผู้ประกอบธุรกิจอาจแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนกลางที่เกิดจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่สำนักงานได้จัดให้มีขึ้น ตามมาตรา ๓๑ แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ เพิ่มเติมจากวรรคหนึ่งก็ได้ ทั้งนี้ การแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว ให้ระบุข้อความต่อไปนี้ หรือข้อความอื่นในทำนองเดียวกันให้ปรากฏอย่างชัดเจน

“คำแนะนำของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ถ้าท่านมีปัญหาใด ๆ เกี่ยวกับการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล โปรดติดต่อ (บริษัท ที่อยู่ โทรศัพท์) ทั้งนี้ หากยังไม่ได้รับการแก้ไขภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ ท่านสามารถติดต่อศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ (1212ETDA) สายด่วน 1212 (24 ชั่วโมง) อีเมล 1212@mdes.go.th เพื่อให้คำแนะนำและรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว”


หน้า ๑๔

เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๙๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๖

ข้อ ๒๔ กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจจัดให้มีกระบวนการระงับข้อพิพาทโดยมีผู้ใกล้เกลี่ยเป็นคนกลาง (mediation) หรืออนุญาโตตุลาการ (arbitration) ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับ กระบวนการดังกล่าว ซึ่งอาจประกอบด้วย คุณสมบัติของผู้ใกล้เกลี่ยหรืออนุญาโตตุลาการ กรอบระยะเวลา การแจ้งผลของการใกล้เกลี่ยหรือคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ ทั้งนี้ การดำเนินการใด ๆ ผ่านกระบวนการ ระงับข้อพิพาทต้องไม่กระทบสิทธิของผู้ประกอบธุรกิจและผู้ใช้บริการในการดำเนินการตามกฎหมาย

หมวด ๖

การจัดระดับการนำเสนอสินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่เหมาะสม

ต่อผู้ใช้บริการแต่ละกลุ่ม

ข้อ ๒๕ กรณีที่บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลมีการเสนอสินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่มีกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกำหนดให้มีการจัดระดับให้เหมาะสมต่อผู้ใช้บริการแต่ละกลุ่ม ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดง รายละเอียดหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการจัดระดับ และผลที่เกิดจากการจัดระดับดังกล่าว

ข้อ ๒๖ ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงข้อมูล หรือสัญลักษณ์ของการจัดระดับการนำเสนอสินค้า บริการ หรือเนื้อหา ตามข้อ ๒๕ ให้ผู้ใช้บริการทราบ ก่อนหรือขณะที่มีการใช้บริการ โดยมีตำแหน่งของข้อมูล หรือสัญลักษณ์อยู่ใกล้กับสินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่ถูกจัดระดับนั้น

หมวด ๗

การดำเนินการต่อสินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย

ข้อ ๒๗ ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงรายละเอียดนโยบาย กระบวนการ มาตรการ และเครื่องมือ ที่ผู้ประกอบธุรกิจใช้ในการดำเนินการต่อสินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมายให้ผู้ใช้บริการทราบ รวมถึงการตัดสินใจโดยอัลกอริทึม (algorithmic decision-making) หรือการตรวจสอบโดยมนุษย์ (human review) ในการดำเนินการดังกล่าว

ข้อ ๒๘ ผู้ประกอบธุรกิจที่จัดให้มีกลไกการแจ้งเตือนและการดำเนินการ (เช่น notice-and-action หรือ notice-and-takedown mechanisms) ต่อสินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถแจ้งเตือนให้ผู้ประกอบธุรกิจทราบเกี่ยวกับสินค้า บริการ หรือเนื้อหา ที่เฉพาะเจาะจงซึ่งตนเห็นว่าผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงรายละเอียดกระบวนการ ในการดำเนินการดังกล่าวให้ผู้ใช้บริการทราบ ซึ่งอย่างน้อยประกอบด้วยรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑) ข้อกำหนดที่ผู้ใช้บริการซึ่งประสงค์จะแจ้งเตือนต้องดำเนินการในการแจ้งเตือนซึ่งประกอบด้วย รายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(ก) จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร และมีการลงลายมือชื่อหรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของผู้แจ้ง

(ข) ผู้ใช้บริการให้คำรับรองว่าข้อความที่แจ้งเตือนดังกล่าวเป็นความจริง


หน้า ๑๕

เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๙๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๖

(๒) รายละเอียดของข้อมูลที่ต้องใช้ในการแจ้งเตือน อย่างน้อยดังต่อไปนี้

(ก) ข้อมูลการติดต่อของผู้แจ้ง เช่น ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล หรือวิธีการหรือช่องทางใด ๆ ที่สามารถติดต่อผู้แจ้งได้

(ข) คำอธิบายเหตุผลอย่างเพียงพอเพื่อให้เห็นว่าสินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่กล่าวอ้าง ผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างไร

(ค) สินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่กล่าวอ้างว่าผิดกฎหมายและแหล่งที่ตั้งของสินค้า บริการ หรือเนื้อหานั้น โดยต้องมีรายละเอียดที่เพียงพอตามสมควรเพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถดำเนินการ กับสินค้า บริการ หรือเนื้อหาดังกล่าวได้ เช่น ยูอาร์แอล (URL) เว้นแต่เป็นการแจ้งไปยังผู้ประกอบธุรกิจ ให้บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ (search engines) ตามมาตรา ๑๖ (๒) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ ให้ระบุเพียงแหล่งอ้างอิงหรือจุดเชื่อมต่อที่นำไปสู่สินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่กล่าวอ้างว่าผิดกฎหมาย และรายละเอียดที่เพียงพอตามสมควรเพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถระบุแหล่งอ้างอิงหรือจุดเชื่อมต่อนั้น

(๓) การแจ้งไปยังผู้ใช้บริการที่ถูกกล่าวอ้างว่าเผยแพร่สินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย เพื่อให้โอกาสในการโต้แย้ง

ประกาศ ณ วันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๖

ชัยชนะ มิตรพันธ์

ผู้อำนวยการ

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

Powered by Forestry.md