PDPC_Consult-56

เรื่อง การยางแห่งประเทศไทย ขอความอนุเคราะห์หารือกรณีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อกฎหมาย

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
    มาตรา ๓ (๑) มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๔ (๔) และ (๕) มาตรา ๒๗ มาตรา ๓๙ มาตรา ๓๗ (๒)
    และมาตรา ๗๓

  2. พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
    มาตรา ๔ และมาตรา ๒๔ (๘)

  3. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
    มาตรา ๒๑๔

  4. คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ที่ สค ๓๘/๒๕๔๖
    เรื่อง การอุทธรณ์คำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเอกสารกรรมสิทธิ์ในที่ดิน

  5. คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ที่ สค ๗๐/๒๕๔๖
    เรื่อง การอุทธรณ์คำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเงินเดือนและสมาชิกสหกรณ์ฯ

ข้อหารือ

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) แจ้งว่า สหกรณ์การเกษตรวังสะพุ่งได้มอบอำนาจให้
ทนายความขอคัดถ่ายแบบ คบ.ก ๑ แบบคำขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง และเอกสารประกอบ
ของบุคคลจำนวน ๓ ราย ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาศาลจังหวัดเลย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประกอบ
คำร้องยึดทรัพย์ และ กยท. ชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า กรณีการที่เกษตรกรชาวสวนยางจัดทำรายละเอียด
และยื่นแบบ คบ.ก ๑ พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ด้วยประสงค์ให้ กยท. รวบรวมข้อมูลประกอบคำขอ
และพิจารณาขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางของตนเองและยินยอมให้ใช้เป็นฐานข้อมูลเกษตรกรชาวสวนยาง
ในกิจการของ กยท. เท่านั้น เอกสารข้อมูลดังกล่าวตามแบบ คบ.ก ๑ จึงเป็นข้อมูลข่าวสารของทางราชการ
แต่เนื่องจากผู้ยื่นคำขอเป็นผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอันถึงที่สุด ซึ่งมีสิทธิที่จะให้ลูกหนี้ชำระหนี้
แก่ตนได้ ตามนัยมาตรา ๒๑๔ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ข้อมูลดังกล่าวจึงสามารถเปิดเผยได้
ตามนัยมาตรา ๒๔ (๘) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ทั้งนี้ ตามแนวคำวินิจฉัย
ของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร คำวินิจฉัยที่ สค ๓๘/๒๕๔๖ และที่ สค ๗๐/๒๕๔๖
ที่วินิจฉัยว่า เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิที่จะทราบข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ การเปิดเผย
ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ที่มีอำนาจตามกฎหมายย่อมกระทำได้ แต่พิจารณาแล้ว
เห็นว่าข้อมูลตามแบบ คบ.ก ๑ ดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. ๒๕๖๒ กยท. จึงขอหารือว่า ข้อมูลตามแบบ คบ.ก ๑ ดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ กยท. สามารถคัดถ่าย
ให้บุคคลอื่นได้หรือไม่ อย่างไร เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องตามกฎหมาย
และถือปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกันต่อไป


ความเห็น

คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พิจารณาเรื่องหารือดังกล่าวแล้ว มีความเห็นว่า กยท. เป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในแบบ คบ.ก ๑ แบบคำขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง และเอกสารประกอบ เมื่อพิจารณาตามความในมาตรา ๓ (๑) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่บัญญัติว่า “ในกรณีที่มีกฎหมายว่าด้วยการใดบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะใด กิจการใด หรือหน่วยงานใดไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้น เว้นแต่ (๑) บทบัญญัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้เป็นการเพิ่มเติม ไม่ว่าจะซ้ำกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้นหรือไม่ก็ตาม “ล”” กยท. ควรดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ที่ได้กำหนดเรื่องการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการของหน่วยงานของรัฐ รวมถึงข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐไว้โดยเฉพาะแล้วก่อน และให้ กยท. พิจารณาบทบัญญัติเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นการเพิ่มเติม

สำหรับการพิจารณาบทบัญญัติเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นการเพิ่มเติมนั้น เห็นว่า กยท. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติดังกล่าวสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในแบบ คบ.ก ๑ แบบคำขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง และเอกสารประกอบได้ โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา ๒๔ (๔) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ เนื่องจากเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินการกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเกษตรกรชาวสวนยางแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาถึงที่สุดนั้น มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา ๒๔ หรือมาตรา ๒๖ ดังนั้น กยท. จะต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่า การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้กับทนายความผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของศาล ที่ประสงค์จะนำข้อมูลของเกษตรกรชาวสวนยางซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาไปเพื่อประกอบคำร้องขอยึดทรัพย์สามารถอ้างอิงฐานทางกฎหมายตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๔ ประกอบมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้หรือไม่ โดยคณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ เห็นว่า การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับทรัพย์สินของเกษตรกรชาวสวนยางที่เป็นลูกหนี้ ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของ กยท. ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่มีหลักฐานยืนยันความเป็นเจ้าหนี้ อาจถือเป็นกรณีที่


เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญไม่น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามนัยมาตรา ๒๔ (๕) ประกอบมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒

อย่างไรก็ตาม ในการใช้ฐานทางกฎหมายตามมาตรา ๒๔ (๕) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ดังกล่าว กยท. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลควรใช้ความระมัดระวัง เป็นพิเศษเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้ได้รับผลกระทบ เกินสมควร โดยควรพิจารณาเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพียงเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วย กฎหมายตามนัยมาตรา ๒๒ และหลีกเลี่ยงการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกินความคาดหวังปกติในบริบท ของการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เช่น การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของลูกหนี้ โดยตรง นอกจากนี้ กยท. มีหน้าที่บันทึกการใช้หรือเปิดเผยนั้นไว้ในรายการตามมาตรา ๓๙ ตามนัย มาตรา ๒๗ วรรคสาม และมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคล ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ตามมาตรา ๓๗ (๒) ประกอบ มาตรา ๒๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วย

อนึ่ง คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ มีข้อสังเกตว่า หาก กยท. พิจารณาแล้วได้ดำเนินการ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อหารือฯ และลูกหนี้ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการ ดังกล่าว เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลย่อมมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามมาตรา ๗๓ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒

Powered by Forestry.md