PDPC_Reg - Complaint Handling
หน้า ๑
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๖๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕
ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ว่าด้วยการยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. ๒๕๖๕
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ (๔) และมาตรา ๗๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่าด้วยการยื่นการไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. ๒๕๖๕”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
“คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ” หมายความว่า คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
“ผู้ร้องเรียน” หมายความว่า เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้สิทธิร้องเรียนในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ผ้าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
“เรื่องร้องเรียน” หมายความว่า เรื่องร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ผ้าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า พนักงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ ๔ ในการดำเนินการหรือพิจารณาออกคำสั่งตามระเบียบนี้ นอกจากที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้นำกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๕ การใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาดำเนินการด้วยความเหมาะสม เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเป็นธรรมและความรวดเร็ว
ข้อ ๖ ให้ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้
หน้า ๒
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๖๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕
หมวด ๑
การยื่นคำร้องเรียน
ข้อ ๗ ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ โดยให้ยื่นคำร้องเรียนโดยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) ยื่นโดยตรงต่อสำนักงาน
(๒) ยื่นผ่านทางไปรษณีย์มายังสำนักงาน
(๓) ยื่นผ่านทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือช่องทางอื่นใดตามที่สำนักงานประกาศกำหนด
ข้อ ๘ คำร้องเรียนที่ยื่นต่อสำนักงาน ต้องมีความชัดเจน สามารถทำความเข้าใจได้ใช้ถ้อยคำสุภาพ ไม่หยาบคาย ไม่มีลักษณะเป็นการกรรโชก ข่มขู่ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม และต้องมีรายละเอียดและเอกสารหลักฐานอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อตัว ชื่อสกุล ของผู้ร้องเรียน และที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ร้องเรียนหรือผู้รับมอบอำนาจสำหรับการติดต่อ พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารประจำตัวอื่นของผู้ร้องเรียนซึ่งออกโดยราชการ โดยในกรณีที่เป็นการมอบอำนาจให้ร้องเรียนแทน จะต้องแนบหนังสือมอบอำนาจให้ร้องเรียนแทนที่มีรายละเอียดเรื่องที่มอบอำนาจและติดอากรแสตมป์ที่ถูกต้องครบถ้วน และลงนามโดยผู้ร้องเรียนและผู้รับมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง หรือสำเนาเอกสารประจำตัวอื่นของผู้มอบอำนาจซึ่งออกโดยราชการซึ่งรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มอบอำนาจ สำหรับผู้รับมอบอำนาจให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารประจำตัวอื่นซึ่งออกโดยราชการต่อเจ้าหน้าที่
(๒) รายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อมูลที่เกี่ยวข้องว่า ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร
(๓) รายละเอียดความเดือดร้อนเสียหายหรือผลกระทบต่อผู้ร้องเรียน
(๔) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียน เช่น พยานเอกสาร พยานวัตถุ หรือถ้อยคำของพยานบุคคลที่สนับสนุนเรื่องร้องเรียนที่มีความชัดเจนเพียงพอที่จะพิจารณาได้
(๕) คำขอที่ผู้ร้องเรียนต้องการให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการ
(๖) คำรับรองว่าข้อความที่ร้องเรียนเป็นความจริง
หน้า ๓
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๖๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕
คำร้องเรียนตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดทำเป็นหนังสือหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ ตามที่สำนักงานประกาศกำหนด โดยระบุรายละเอียดครบถ้วนตามวรรคหนึ่ง และมีการลงลายมือชื่อ ของผู้ร้องเรียนหรือผู้รับมอบอำนาจ และให้เจ้าหน้าที่ออกใบรับคำร้องเรียนให้แก่ผู้ร้องเรียน
ให้เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ร้องเรียนในการยื่น คำร้องเรียน
ในการยื่นคำร้องเรียนตามข้อ ๗ (๑) หากเจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องเก็บสำเนาบัตร ประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง หรือสำเนาเอกสารประจำตัวอื่นของผู้ร้องเรียนหรือ ผู้รับมอบอำนาจ ซึ่งออกโดยราชการ ให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้จัดทำสำเนาเอง
หมวด ๒
การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน
ส่วนที่ ๑
การดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนโดยพนักงานเจ้าหน้าที่
ข้อ ๙ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำร้องเรียนตามข้อ ๗ แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบรายละเอียดคำร้องเรียนว่า มีลักษณะ รายละเอียด และเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน ตามข้อ ๘ หรือไม่โดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสิบห้าวันนับแต่ได้รับคำร้องเรียน หากถูกต้องครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับคำร้องเรียน โดยระบุวันที่ที่รับคำร้องเรียนและรหัสอ้างอิงในการรับ คำร้องเรียน ให้แก่ผู้ร้องเรียนหรือผู้รับมอบอำนาจ
ในกรณีที่คำร้องเรียนมีลักษณะ รายละเอียด และเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งผู้ร้องเรียนหรือผู้รับมอบอำนาจทราบโดยเร็ว พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการแก้ไข คำร้องเรียน และแจ้งให้ทราบว่า คำร้องเรียนดังกล่าวจะยังไม่มีผลสมบูรณ์และไม่ได้รับการพิจารณา จากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจนกว่าจะได้แก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนดในข้อ ๘
ข้อ ๑๐ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามข้อ ๙ แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอเรื่อง ร้องเรียนผ่านเลขาธิการเพื่อให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณา โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และวิเคราะห์รายละเอียดของเรื่องร้องเรียนเบื้องต้นในประเด็น ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่
(๒) เรื่องร้องเรียนมีมูล เป็นสาระสำคัญ และสมเหตุสมผลที่จะร้องเรียนหรือไม่
(๓) เรื่องร้องเรียนอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ และหน้าที่ และอำนาจในการพิจารณาเป็นไปตามกฎหมายอื่นหรือเป็นของหน่วยงานอื่นหรือไม่
หน้า ๔
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๖๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้เสร็จภายในสิบห้าวัน นับแต่ได้ออกใบรับคำร้องเรียนตามข้อ ๙ วรรคหนึ่ง เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ในกำหนดเวลา ให้ดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว
ในการดำเนินการวรรคหนึ่ง หากพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่นำมาประกอบการยื่นคำร้องเรียนไม่เพียงพอต่อการพิจารณา พนักงานเจ้าหน้าที่อาจใช้อำนาจตามมาตรา ๗๖ ก่อนเสนอให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาถึงได้
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่มีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญหลายคณะ ให้เลขาธิการเป็นผู้พิจารณาว่าจะให้เสนอเรื่องร้องเรียนดังกล่าวให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญคณะใดพิจารณา โดยคำนึงถึงหน้าที่และอำนาจตามที่ได้รับการแต่งตั้งจากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญในแต่ละคณะ ตลอดจนปริมาณงานและความเร่งด่วนของงาน
ในกรณีที่เรื่องร้องเรียนที่พิจารณา เป็นประเด็นที่มีความสำคัญ หรือมีความซับซ้อนต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะในหลายด้านหรือต้องการความรอบคอบในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เลขาธิการอาจเสนอเรื่องร้องเรียนนั้นให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมากกว่าหนึ่งคณะมาประชุมปรึกษาหารือร่วมกันเป็นกรณีพิเศษก็ได้
ในกรณีที่มีเหตุอันทำให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับมอบหมายตามวรรคหนึ่งไม่สามารถพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่อไปได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ให้เลขาธิการเป็นผู้พิจารณาว่าจะให้โอนเรื่องร้องเรียนดังกล่าวให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญคณะใดพิจารณาแทน
ส่วนที่ ๒
การดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ
ข้อ ๑๒ เมื่อเลขาธิการส่งเรื่องร้องเรียนให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญแล้ว ให้ประธานกรรมการผู้เชี่ยวชาญเรียกประชุมคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าวโดยเร็ว
ข้อ ๑๓ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญอาจใช้ดุลยพินิจโดยมีคำสั่งไม่รับเรื่องหรือสั่งยุติเรื่องร้องเรียนที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ก็ได้
(๑) คำร้องเรียนมีลักษณะ รายละเอียด และเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๘
(๒) เรื่องร้องเรียนที่มีคู่กรณี ข้อเท็จจริง และประเด็นที่อาศัยมูลเหตุเดียวกันที่เคยยื่นต่อสำนักงานตามระเบียบนี้และคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้มีการพิจารณาเรื่องร้องเรียนจนเป็นที่ยุติแล้ว
(๓) เรื่องร้องเรียนที่ไม่ใช่กรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หน้า ๕
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๖๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕
(๔) เรื่องร้องเรียนที่มีผู้มีอำนาจพิจารณาในเรื่องนั้นอยู่แล้วตามกฎหมายอื่น
(๕) เรื่องร้องเรียนที่ผู้ร้องเรียนไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(๖) เรื่องร้องเรียนที่ผู้ร้องเรียนขอถอนคำร้องเรียน หรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ปฏิบัติตามคำขอของผู้ร้องเรียนแล้ว
ข้อ ๑๔ ในการพิจารณาเรื่องร้องเรียน ของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) หากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเรื่องร้องเรียนแล้วรับฟังได้ว่า เรื่องร้องเรียนนั้น เข้าลักษณะตามข้อ ๑๓ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจะมีคำสั่งไม่รับเรื่องหรือสั่งยุติเรื่องก็ได้ และให้ส่ง เรื่องร้องเรียนดังกล่าวคืนให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ร้องเรียนทราบ
(๒) หากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเรื่องร้องเรียนแล้วรับฟังได้ว่า เรื่องร้องเรียนนั้น ไม่มีมูล ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีคำสั่งยุติเรื่อง และส่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวคืนให้แก่พนักงาน เจ้าหน้าที่เพื่อแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ร้องเรียนทราบ
(๓) หากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเรื่องร้องเรียนแล้วรับฟังได้ว่า เรื่องร้องเรียนนั้น เป็นกรณีซึ่งอาจไกล่เกลี่ยได้ ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบถามคู่กรณี ว่าประสงค์จะให้ไกล่เกลี่ยหรือไม่ หากคู่กรณีทั้งสองฝ่ายประสงค์จะให้ไกล่เกลี่ย ให้คณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญดำเนินการไกล่เกลี่ยโดยเร็ว แต่หากเรื่องร้องเรียนนั้นไม่อาจไกล่เกลี่ยได้ หรือไกล่เกลี่ย ไม่สำเร็จ ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญดำเนินการตามมาตรา ๗๔ วรรคสามและวรรคสี่ และดำเนินการ พิจารณาเรื่องร้องเรียนตามระเบียบนี้ต่อไป
ข้อ ๑๕ ในการดำเนินการตามข้อ ๑๔ หากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่นำมาประกอบการยื่นคำร้องเรียนไม่เพียงพอต่อการพิจารณา ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญใช้อำนาจตามมาตรา ๗๒ และมาตรา ๗๕ หรือสั่งการให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตามมาตรา ๗๖
ข้อ ๑๖ ในกรณีที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า คำร้องเรียนมีมูลและมีพยานหลักฐาน ชัดเจนว่าผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจริง ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญลงโทษปรับทางปกครองตามหลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับ ทางปกครองที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดตามมาตรา ๙๐ วรรคสอง
ข้อ ๑๗ ในกรณีที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า การพิจารณาเรื่องร้องเรียนเรื่องใด มีประเด็นข้อกฎหมายหรือปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้กฎหมายที่สำคัญและจำเป็นต้องมีการตีความ หรือวินิจฉัยชี้ขาดโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก่อน ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ
หน้า ๖
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๖๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕
พักการพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้ชั่วคราว และส่งเรื่องให้เลขาธิการมีหนังสือไปยังคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อพิจารณาดีความและวินิจฉัยชี้ขาด แล้วจึงนำไปประกอบการพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าวต่อไป
ข้อ ๑๘ ในกรณีที่มีเรื่องร้องเรียนโดยผู้ร้องเรียนหลายรายในเรื่องเดียวกันหรือเกี่ยวเนื่องกันอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญคณะเดียวกัน หากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเห็นเองหรือผู้ร้องเรียนร้องขอ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญอาจมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเหล่านั้น และพิจารณาไปพร้อมกันก็ได้
การรวมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนที่อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญต่างคณะกันให้เสนอต่อเลขาธิการ เพื่อพิจารณาดำเนินการ
ข้อ ๑๙ คู่กรณีอาจเสนอข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยทำเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่พิจารณาเรื่องร้องเรียนเพื่อประกอบการพิจารณาก่อนมีคำสั่งได้
ข้อ ๒๐ ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเรื่องร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายในเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่มีการประชุมครั้งแรก เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ในกำหนดเวลา
ในกรณีที่ไม่สามารถพิจารณาเรื่องที่ร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดในวรรคหนึ่งให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญรายงานปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้การพิจารณาเรื่องร้องเรียนไม่แล้วเสร็จ ต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและขออนุมัติขยายเวลาพิจารณาออกไปอีกไม่เกินสองครั้งครั้งละไม่เกินหกสิบวัน ภายหลังการได้รับอนุมัติให้ขยายเวลา คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญต้องรีบสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งผู้ร้องเรียนถึงเหตุสุดวิสัยหรือเหตุขัดข้องดังกล่าวให้ผู้ร้องเรียนทราบโดยไม่ชักช้า
ข้อ ๒๑ ในการดำเนินการตามระเบียบนี้ เมื่อผลการพิจารณาเป็นประการใด ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญแจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบพร้อมด้วยเหตุผล และในกรณีที่ไม่รับเรื่องร้องเรียนหรือยุติเรื่องที่มีผู้มีอำนาจพิจารณาในเรื่องนั้นอยู่แล้วตามกฎหมายอื่น ให้แจ้งผู้ร้องเรียนทราบ หากผู้ร้องเรียนประสงค์จะให้ส่งเรื่องให้ผู้มีอำนาจพิจารณาในเรื่องนั้นตามกฎหมายอื่น ให้ดำเนินการตามความประสงค์ดังกล่าว และให้ถือว่าผู้มีอำนาจพิจารณาได้รับเรื่องร้องเรียนนับแต่วันที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้รับเรื่องร้องเรียนนั้น
ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕
เชียรชัย ณ นคร
ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล