PDPC_Consult-57
เรื่อง สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
ขอหารือกรณีการจัดเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
ข้อกฎหมาย
-
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
มาตรา ๓ (๑) และมาตรา ๖ -
พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
-
พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง
วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม -
ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการ
โทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
ข้อ ๒๒ วรรคสอง -
ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิของ
ผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพใน
การสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม ลงวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ (ยกเลิกแล้ว)
ข้อ ๑ และข้อ ๘ -
ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม
แห่งชาติ เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูล
ส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม
ลงวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๖
ข้อ ๕
ข้อหารือ
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม
แห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) แจ้งว่า ตามที่สำนักงาน กสทช. ได้มีประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ (“ประกาศมาตรฐานของสัญญาฯ”)
ซึ่งมีข้อกำหนดให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อยืนยันความถูกต้องของ
การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าบริการโทรคมนาคม และประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว
และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม (“ประกาศมาตรการคุ้มครองสิทธิฯ”) ซึ่งกำหนดให้
ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในช่วงเวลา ๓ เดือนสุดท้ายของ
การใช้บริการนับถัดจากวันที่ใช้บริการในปัจจุบัน สำนักงาน กสทช. ได้รับเรื่องร้องเรียนของผู้ใช้บริการ
ในกรณีประสบปัญหาเงินหายออกจากระบบโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่สามารถ
๒
แสดงรายละเอียดข้อมูลการใช้งาน (Call Detail Recording: CDR) ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ยอดเงินคงเหลือ ในระบบของผู้ร้องเรียนหายโดยไม่ทราบสาเหตุตามข้อ ๒๒ วรรคสอง ของประกาศมาตรฐานของสัญญาฯ ได้ เนื่องจากตามข้อ ๘ ของประกาศมาตรการคุ้มครองสิทธิฯ กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตต้องเก็บรักษาข้อมูล ส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในช่วงเวลา ๓ เดือนสุดท้ายของการใช้บริการนับถัดจากวันใช้บริการในปัจจุบัน ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาเรื่องร้องเรียนเป็นไปโดยถูกต้องครบถ้วน จึงขอหารือกรณีรายละเอียดข้อมูลการใช้งาน (CDR) ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ยอดเงินคงเหลือในระบบของผู้ร้องเรียนหายโดยไม่ทราบสาเหตุ ถือเป็นข้อมูล ส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกอบกับประกาศมาตรการคุ้มครอง สิทธิฯ ซึ่งต้องมีการจัดเก็บรักษาตามที่กฎหมายกำหนด หรือไม่ อย่างไร
ความเห็น
คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้พิจารณาข้อหารือดังกล่าวแล้ว เห็นว่า ข้อมูลรายละเอียดข้อมูลการใช้งาน (Call Detail Recording: CDR) เป็นข้อมูลการใช้บริการของผู้ใช้บริการ โทรคมนาคม ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมจากข้อมูลดังกล่าวเอง หรือจากข้อมูลดังกล่าวประกอบกับข้อมูลอื่นที่ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมมีหรือสามารถเข้าถึงได้ จึงถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามบทนิยามในข้อ ๑ ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม ลงวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ (ปัจจุบันถูกกฎหมาย) และถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการตามบทนิยามในข้อ ๕ ของประกาศคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการ โทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกัน โดยทางโทรคมนาคม ลงวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ (ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ณ ขณะที่ตอบข้อหารือ) และเป็นข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ข้อมูล CDR จึงเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามบทนิยามในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ด้วย โดยในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวนั้น มาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดว่า ในกรณีที่มีกฎหมายว่าด้วยการใดบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในลักษณะใด กิจการใด หรือหน่วยงานใดไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้น เว้นแต่ (๑) บทบัญญัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ เป็นการเพิ่มเติม ไม่ว่าจะซ้ำกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้นหรือไม่ก็ตาม ฯลฯ
เมื่อพิจารณาตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิ ของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกัน โดยทางโทรคมนาคม ลงวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ (ปัจจุบันถูกกฎหมาย) และประกาศคณะกรรมการ
๓
กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกัน โดยทางโทรคมนาคม ลงวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ (ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ณ ขณะที่ตอบข้อหารือ) ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม และกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม ได้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกิจการโทรคมนาคมไว้โดยเฉพาะแล้ว ซึ่งรวมถึงการเก็บรวบรวมและการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการโทรคมนาคม โดยมีกำหนดระยะเวลาที่ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการโทรคมนาคม ดังนั้น การเก็บรวบรวมการเก็บรักษา และระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูล CDR ตามข้อหารือนี้ จึงต้องเป็นไปตามประกาศดังกล่าวเป็นหลักก่อน แล้วจึงพิจารณาข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นการเพิ่มเติม สำนักงาน กสทช. จึงควรพิจารณากำกับดูแลการดำเนินการของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูล CDR ของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมให้เป็นไปตามประกาศดังกล่าว และอาจพิจารณาทบทวนความเหมาะสมของประกาศดังกล่าวได้ตามความจำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้องและเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคม