PDPC_Consult-03

เรื่อง คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ขอหารือปัญหาและแนวทางการ ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒

ข้อกฎหมาย

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
    มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ (๔) และ (๖) มาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๗ (๑)

  2. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ข้อหารือ

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) แจ้งว่า สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ปรับหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะใหม่ มุ่งเน้นการพัฒนาวิชาชีพมากกว่าการจัดทำ ผลงานทางวิชาการ มีการบูรณาการการทํางานที่เชื่อมโยงกัน โดยมีการประเมินไม่ยุ่งยากขับข้อน และเป็นธรรม และนําระบบออนไลน์มาใช้ในการประเมินวิทยฐานะ จึงมีมติกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ ประเมินตําแหน่งและวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยผู้ขอรับการประเมิน ตําแหน่งครู ตําแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา และตําแหน่งศึกษานิเทศก์ ต้องจัดทําและส่งไฟล์วิดีทัศน์ บันทึกการสอนในวิชา/สาขา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ ซึ่งผู้ขอได้จัดทําขึ้นและนําไปสอนจริงในช่วงที่ตํารงตําแหน่ง ไฟล์วิดีทัศน์การพัฒนาสถานศึกษา กลยุทธ์การใช้เครื่องมือหรือนวัตกรรมทางการบริหารตามแผนพัฒนา สถานศึกษา หรือไฟล์วิดีทัศน์การพัฒนาการนิเทศการศึกษา กลยุทธ์ สื่อ นวัตกรรม หรือเทคโนโลยี ในการนิเทศการศึกษา หรือการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษาตามรูปแบบไฟล์วิดีทัศน์ และส่งข้อมูลให้สํานักงาน ก.ค.ศ. ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรับการประเมินผลงาน ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการประเมินตําแหน่งและวิทยฐานะตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงขอหารือ ดังนี้

  1. ในกรณีที่ผู้ขอรับการประเมินจัดทําและส่งไฟล์วิดีทัศน์ อันมีลักษณะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อรับการประเมินตําแหน่งและวิทยฐานะ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กําหนด การเก็บรวบรวมข้อมูล ดังกล่าวถือว่าเป็นข้อมูลที่อยู่ในบังคับตามมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ไม่ต้องห้ามเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลหรือไม่ หรือมีกรณียกเว้นตามมาตราอื่น หรือไม่ อย่างไร

๒. ในกรณีที่ไฟล์วีดิทัศน์ ตามประเด็นที่ ๑ เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่การเก็บรวบรวมข้อมูล ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การดำเนินการจัดทำไฟล์วีดิทัศน์ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด จะต้องเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการในเรื่องการให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ ถึงวัตถุประสงค์และการให้ความยินยอมให้ทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามหมวด ๒ ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ หรือไม่ อย่างไร

ความเห็น

คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือและให้คำแนะนำหน่วยงานของรัฐเพื่อรองรับ การบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พิจารณาเรื่องหารือดังกล่าวแล้ว เห็นว่า การที่สถานศึกษาหรือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา และตำแหน่งศึกษานิเทศก์ ได้จัดทำและเก็บรวบรวมข้อมูล ไฟล์วีดิทัศน์บันทึกการสอนในวิชา/สาขา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ ซึ่งผู้ขอได้จัดทำขึ้นและนำไปสอนจริง ในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ไฟล์วีดิทัศน์การพัฒนาสถานศึกษา กลยุทธ์การใช้เครื่องมือหรือนวัตกรรม ทางการบริหารตามแผนพัฒนาสถานศึกษา หรือไฟล์วีดิทัศน์การพัฒนาการนิเทศการศึกษา กลยุทธ์ สื่อ นวัตกรรม หรือเทคโนโลยีในการนิเทศการศึกษา หรือการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา ตามรูปแบบไฟล์วีดิทัศน์ แล้วแต่กรณี และส่งข้อมูลให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งของผู้ขอรับการประเมิน และของนักเรียนหรือบุคคลอื่นรวมอยู่ด้วย เพื่อรับการประเมิน ผลงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการในการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่ ก.ค.ศ. กำหนด ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นั้น ถือเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลในหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายดังกล่าว ดังนั้น สำนักงาน ก.ค.ศ. และสถานศึกษาหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง จึงถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล โดยอาศัยฐานทางกฎหมาย ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินการกิจเพื่อประโยชน์ สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้รับมอบให้แก่ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรา ๒๔ (๔) หรือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรา ๒๔ (๖) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ดังนั้น สำนักงาน ก.ค.ศ. และสถานศึกษาหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา และตำแหน่งศึกษานิเทศก์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานดังกล่าว จึงสามารถ


เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้ โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรา ๒๔ (๔) หรือมาตรา ๒๔ (๖) แต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี สำนักงาน ก.ค.ศ. ควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการเก็บรวบรวมไฟล์วีดิทัศน์ ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนหรือบุคคลอื่น โดยให้ผู้จัดทำไฟล์วีดิทัศน์และเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ดังกล่าว แจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้นักเรียนและ/หรือ ผู้ปกครองของนักเรียน รวมถึงบุคคลอื่นที่จะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ทราบก่อนหรือในขณะเก็บ รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยระบุวัตถุประสงค์ที่ครอบคลุมถึงการใช้เพื่อขอรับการประเมินตำแหน่ง และวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ขอรับการประเมิน ตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ รวมทั้งจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เท่าที่จำเป็น และใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อนหรือในขณะที่เก็บรวบรวม ตามมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ทั้งนี้ เมื่อได้ใช้ ไฟล์วีดิทัศน์ดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว สำนักงาน ก.ค.ศ. อาจเก็บไว้อ้างอิงได้เท่าที่จำเป็น แต่เมื่อหมดความจำเป็น ในการใช้ไฟล์ข้อมูลดังกล่าวแล้ว จะต้องลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถ ระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ตามมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒

อนึ่ง สำนักงาน ก.ค.ศ. ต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๓๗ (๑) ซึ่งอย่างน้อยต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนดในประกาศ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๕ ด้วย

Powered by Forestry.md