ETDA - Annual Forms

ETDA

ประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

ที่ ธพด. ๓ /๒๕๖๗
เรื่อง คู่มือการดูแลโฆษณาบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดการดูแลโฆษณาบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการหลอกลวง การเสนอสินค้าหรือบริการที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย การชักจูงหรือเชิญชวนให้มีการกระทำความผิดกฎหมาย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์จึงออกประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง คู่มือการดูแลโฆษณาบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล รายละเอียดปรากฏตามท้ายประกาศนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗

(นายชัยชนะ มิตรพันธ์)
ผู้อำนวยการ
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์


คู่มือการดูแลโฆษณาบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (อาคารบี) ชั้นที่ 6
เลขที่ 120 หมู่ที่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
10210
หมายเลขโทรศัพท์: 0 2123 1234 หมายเลขโทรสาร: 0 2123 1200

ประกาศโดย

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์


คู่มือการดูแลโฆษณาบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล

ข้อ 1 วัตถุประสงค์

เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลมีกลไกในการกำกับดูแลตนเองที่เหมาะสม ตามมาตรา 32 แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 ซึ่งครอบคลุมการดูแลการโฆษณาบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ดังนั้น สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) จึงจัดทำคู่มือการดูแลโฆษณาบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลนี้ขึ้น เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบธุรกิจมีแนวปฏิบัติที่ดีในการดูแลการโฆษณาบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล อันจะทำให้โฆษณาที่มีการเผยแพร่บนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลมีความน่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบได้ โดยผู้ประกอบธุรกิจสามารถนำไปศึกษาและประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับรูปแบบและลักษณะการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลนั้น ๆ เพื่อจะช่วยลดปัญหาที่เกิดจากการโฆษณาที่จะนำไปสู่การฉ้อโกงและหลอกลวงออนไลน์ อาทิ การหลอกลวงลงทุนการปลอมแปลงเป็นบุคคล ร้านค้า หรือผู้ประกอบการอื่น (Impersonate) และการขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (Counterfeit goods) การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารปลอม ข้อมูลบิดเบือน หรือข้อมูลที่ผิด รวมทั้งการโฆษณาชักชวนกันเพื่อทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น การเล่นการพนัน ตลอดจนปัญหาที่เกิดจากการไม่สามารถระบุตัวผู้กระทำความผิดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายได้

อย่างไรก็ตามผู้ประกอบธุรกิจต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องสำหรับการโฆษณาสำหรับสินค้า บริการ หรือเนื้อหานั้นด้วย นอกจากนี้การดำเนินการตามคู่มือฉบับนี้ ไม่ได้เป็นการยกเว้นหรือใช้ในการปฏิเสธความรับผิดตามกฎหมายอื่น

ข้อ 2 ขอบข่าย

คู่มือฉบับนี้เป็นแนวทางสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ในการดูแลการโฆษณาบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการดูแลการโฆษณาบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลแต่ละประเภทได้ตามความเหมาะสม


ข้อ 3 บทนิยาม

ความหมายของคำที่ใช้ในแนวปฏิบัติที่ดีฉบับนี้ มีดังต่อไปนี้

(1) “ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายความว่า บุคคลซึ่งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบตามพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565

(2) “ผู้ประกอบการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งเสนอสินค้าหรือบริการต่อผู้บริโภค ผ่านบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล

(3) “ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และให้หมายความรวมถึงผู้ประกอบการและผู้บริโภคด้วย

(4) “โฆษณา” หมายความถึง การกระทำการด้วยวิธีการใด ๆ ผ่านบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ผู้ใช้บริการเห็นหรือทราบข้อความ ทั้งนี้ไม่ว่าเพื่อประโยชน์ในทางการค้าหรือไม่ก็ตาม โดยผู้ประกอบธุรกิจได้รับค่าบริการจากผู้กระทำการโฆษณา

(5) “ข้อความ” หมายความถึง การกระทำให้ปรากฏด้วยตัวอักษร ภาพ ภาพยนตร์ แสง เสียง เครื่องหมาย การกระทำอย่างใด ๆ ที่ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าใจความหมายได้

(6) “ผู้กระทำการโฆษณา” หมายความถึง ผู้ใช้บริการซึ่งเสนอโฆษณาผ่านบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ทั้งนี้ ไม่ว่าเสนอโดยตนเอง ในนามของบุคคลอื่น

(7) “ค่าบริการ” หมายความรวมถึงค่าตอบแทน ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายอื่นและบรรดาเงินหรือทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวกับการให้บริการซึ่งเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ


หมวด 1

การตรวจสอบและเก็บข้อมูลของผู้กระทำการโฆษณา
และการตรวจสอบโฆษณาก่อนการเผยแพร่ (Screening)

ข้อ 4 ข้อกำหนดของการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้กระทำการโฆษณา และการเก็บข้อมูลดังกล่าว

ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีกระบวนการในการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้กระทำการโฆษณา และการเก็บข้อมูลดังกล่าว โดยกำหนดขั้นตอน วิธีการ และข้อมูลที่ใช้ประกอบการสมัครเป็นผู้กระทำการโฆษณา

ข้อ 5 การพิสูจน์และยืนยันตัวตนเพื่อสมัครเป็นผู้กระทำการโฆษณา

ผู้ประกอบธุรกิจควรดำเนินการตามข้อกำหนดของการพิสูจน์ตัวตนเพื่อสมัครเป็นผู้กระทำการโฆษณาบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยอาจประกอบด้วยข้อกำหนดดังต่อไปนี้

  1. การพิสูจน์ตัวตนของผู้ใช้บริการ เพื่อลงทะเบียนเป็นผู้กระทำการโฆษณา
  2. การเก็บรวบรวมรายการข้อมูลของผู้กระทำการโฆษณา
  3. การกำหนดประเภทผู้กระทำการโฆษณา สิทธิการเข้าถึง หรือสิทธิในการใช้งาน ตามระดับของการพิสูจน์ตัวตน
  4. การยืนยันตัวตนของผู้กระทำการโฆษณา เพื่อเข้าใช้งานบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการนำเสนอโฆษณาในแต่ละครั้ง

ข้อ 6 การพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณา

ในการสมัครเป็นผู้กระทำการโฆษณา ผู้ประกอบธุรกิจควรพิสูจน์ตัวตนผู้ใช้บริการ โดยอาจประกอบไปด้วยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

  1. กรณีผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของผู้สมัครเป็นผู้กระทำการโฆษณา จากผลการยืนยันตัวตนที่ได้จากผู้พิสูจน์และยืนยันตัวตน (Identity Provider: IdP) อื่นที่เคยพิสูจน์ตัวตนของผู้สมัครเป็นผู้กระทำการโฆษณานั้นมาก่อน เช่น แอปพลิเคชัน ThalD ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

หรือ IdP อื่น ซึ่งรองรับระดับความน่าเชื่อถือของการพิสูจน์ตัวตน (Identity Assurance Level: IAL) ที่ระดับ IAL2 เป็นอย่างน้อย

(2) กรณีผู้ประกอบธุรกิจประสงค์จะพิสูจน์ตัวตนของผู้สมัครเป็นผู้กระทำการโฆษณาด้วยระบบ ของผู้ประกอบธุรกิจเอง ผู้ประกอบธุรกิจควรจัดให้มีการพิสูจน์ตัวตนของผู้สมัครเป็นผู้กระทำการโฆษณาตามระดับ ความน่าเชื่อถือของการพิสูจน์ตัวตน (Identity Assurance Level: IAL) ที่ระดับ IAL2 เป็นอย่างน้อย

(3) กรณีกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่สามารถอาศัยการพิสูจน์และยืนยันตัวตนจาก IdP อื่น หรือไม่ สามารถดำเนินการพิสูจน์ตัวตนที่ระดับ IAL2 เป็นอย่างน้อย (เช่น ไม่มีเครื่องอ่านบัตรประจำตัวประชาชน) ผู้ประกอบธุรกิจอาจพิจารณาใช้วิธีการพิสูจน์ตัวตนของผู้สมัครใช้บริการตามตัวอย่างต่อไปนี้ หรือใช้วิธีการอื่น ๆ ตามความเหมาะสม โดยอาจตรวจสอบข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(ก) ชื่อ-สกุล หรือชื่อนิติบุคคลของผู้กระทำการโฆษณา

(ข) ชื่อ-สกุล หรือชื่อนิติบุคคล ของบุคคลซึ่งเป็นผู้ชำระเงินค่าบริการสำหรับการลง โฆษณา กรณีบุคคลดังกล่าวเป็นคนละบุคคลกับ (1)

(ค) เลขประจำตัวประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง (Passport) หรือเลขทะเบียน นิติบุคคล

(ง) ช่องทางการติดต่อของบุคคลตาม (1) หรือ (2) แล้วแต่กรณี

ผู้ประกอบธุรกิจอาจพิจารณาพิสูจน์ตัวตนของผู้สมัครเป็นผู้กระทำการโฆษณาโดยพิจารณาจาก ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องของผู้กระทำการโฆษณา หรือเอกสารที่เกี่ยวกับการเสนอหรือการขายสินค้า บริการ หรือ เนื้อหา การประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ ในการเสนอสินค้าหรือบริการที่ทำการโฆษณานั้น อาทิ ผู้วิเคราะห์การลงทุน ผู้แนะนำการลงทุน หรือ ใบอนุญาตโรงแรม

ข้อ 7 การเก็บข้อมูลของผู้กระทำการโฆษณา

ในการเก็บข้อมูลของผู้กระทำการโฆษณา ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบที่สามารถ อ่านได้ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ (Machine-readable format) รวมถึงการจัดทำทะเบียนประวัติของผู้กระทำ การโฆษณา สำหรับการตรวจสอบผู้กระทำการโฆษณาที่พึงระวัง (Watchlist) ผู้กระทำการโฆษณาที่เคยกระทำ ความผิดตามกฎหมายหรือข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (Blacklist) และ ผู้กระทำ การโฆษณาที่น่าเชื่อถือ (Whitelist) โดยกำหนดระยะเวลาของการจัดเก็บข้อมูลตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจอาจพิจารณาจากการตรวจสอบคุณภาพของผู้กระทำการโฆษณา ตามข้อ 10


ข้อ 8 การพิจารณาและดำเนินการก่อนเผยแพร่โฆษณา

ในการตรวจสอบโฆษณา ผู้ประกอบธุรกิจควรพิจารณาและดำเนินการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(1) กำหนดลักษณะของโฆษณาที่ต้องห้ามหรือที่เผยแพร่ได้แบบมีข้อจำกัด โดยระบุไว้ในข้อตกลง และเงื่อนไขการให้บริการและประกาศให้ผู้ใช้บริการทราบ อย่างชัดเจนและเหมาะสม ก่อนหรือขณะเข้าใช้บริการ

(2) กำหนดลักษณะของโฆษณาที่ต้องมีการขออนุญาตที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ เช่น การลงทุน การให้สินเชื่อ หรือการใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

(3) กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อให้ผู้กระทำการโฆษณาหลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลอ่อนไหวของผู้ใช้บริการ ในการกำหนดกลุ่มผู้ใช้บริการที่เป็นเป้าหมายของโฆษณา เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูล สหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ

ข้อ 9 การเก็บข้อมูลทะเบียนโฆษณา (Ads Library)

ในการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโฆษณา ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบที่สามารถ อ่านได้ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ (Machine-readable format) โดยแบ่งประเภทโฆษณา และกำหนดระยะเวลา ของการจัดเก็บข้อมูลไว้ไม่น้อยกว่าอายุความที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด

การจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโฆษณาตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีช่องทางเพื่อ เผยแพร่ข้อมูลให้ผู้ใช้บริการและสาธรณชนตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโฆษณาและผู้กระทำการโฆษณาที่มี การจัดเก็บข้อมูลตามข้อ 7


หมวด 2
การตรวจสอบผู้กระทำการโฆษณาและโฆษณาภายหลังเผยแพร่ (Monitoring)

ข้อ 10 การตรวจสอบคุณภาพของผู้กระทำการโฆษณา

ผู้ประกอบธุรกิจต้องตรวจสอบบัญชีผู้ใช้บริการของผู้กระทำการโฆษณา เพื่อพิจารณาการดำเนินการเกี่ยวกับโฆษณา โดยอาจพิจารณาข้อมูลดังต่อไปนี้

(1) จำนวนและประเภทการแจ้งรายงาน (Report/ Flagging) ที่ได้รับเกี่ยวกับโฆษณาของผู้กระทำการโฆษณา

(2) การปฏิบัติตามข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการ นโยบาย หรือมาตรฐานชุมชนของผู้กระทำการโฆษณา

ข้อ 11 การตรวจสอบโฆษณาที่มีการเผยแพร่

ผู้ประกอบธุรกิจต้องตรวจสอบโฆษณาที่มีการเผยแพร่อยู่บนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลของตน โดยอาจพิจารณาดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) มีการดำเนินการตรวจสอบโดยการใช้ระบบอัตโนมัติ เจ้าหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจ หรือบุคลากรซึ่งผู้ประกอบธุรกิจว่าจ้างหรือมอบหมาย พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการในการตรวจสอบ

(2) กำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาลำดับความสำคัญ (Priority) ของการตรวจสอบว่าโฆษณาประเภทใดหรือลักษณะใดที่ต้องใช้บุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ นอกเหนือจากระบบอัตโนมัติ

ข้อ 12 การกำหนดช่องทางการแจ้งรายงานโฆษณา (Report/ Flagging)

ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีช่องทางบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลของตนที่ผู้ใช้บริการสามารถแจ้งรายงานโฆษณาที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสม อาทิ การแอบอ้างรูปภาพ วิดีโอ ข้อความของบุคคลหรือกิจการอื่น การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การใช้ข้อความที่มีลักษณะลามก อนาจาร หรือขัดต่อศีลธรรมอันดี การชักชวนให้ลงทุนหรือระดมทุนโดยผิดกฎหมาย หรือการชักชวนให้กระทำหรือรวมกลุ่มเพื่อกระทำการที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย หรือโฆษณาที่ฝ่าฝืนข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการ โดยต้องแสดงรูปภาพ เครื่องหมาย หรือสิ่งอื่น


ไตในลักษณะทำนองเดียวกัน เพื่อให้ทราบช่องทางการแจ้งรายงานโฆษณาดังกล่าว ในขณะที่โฆษณาปรากฏต่อ
ผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งตรวจสอบและแจ้งผลการดำเนินการต่อการแจ้งรายงานที่ได้รับให้ผู้ใช้บริการทราบโดยไม่ชักช้า

ให้ผู้ประกอบธุรกิจกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาลำดับความสำคัญ (Priority) สำหรับ
การตรวจสอบและการดำเนินการต่อการแจ้งรายงาน โดยระบุไว้ในข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการให้ผู้ใช้บริการ
ทราบ อย่างชัดเจนและเหมาะสม ก่อนหรือขณะเข้าใช้บริการ

กรณีผู้ใช้บริการเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา เจ้าของรูปภาพ หรือเป็นบุคคลที่ถูกแอบอ้าง
หรือกรณีที่มีการแจ้งรายงานโดยบัญชีผู้ใช้บริการที่มีความน่าเชื่อถือจำนวนหลายราย ผู้ประกอบธุรกิจควรจัดลำดับ
ความสำคัญสำหรับการตรวจสอบและการดำเนินการเป็นลำดับแรก

ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงรายละเอียดนโยบาย กระบวนการ มาตรการ และเครื่องมือ
ที่ผู้ประกอบธุรกิจใช้ในการดำเนินการต่อการแจ้งรายงานให้ผู้ใช้บริการทราบ รวมถึงการตัดสินใจโดยอัลกอริทึม
(Algorithmic Decision-Making) หรือการตรวจสอบโดยมนุษย์ (Human Review) ในการดำเนินการดังกล่าว

Powered by Forestry.md