MDES_Noti - Notice and Takedown
หน้า ๕๗
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๕๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๕
ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
เรื่อง ขั้นตอนการแจ้งเตือน การระงับการทำให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ และการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากกระบบคอมพิวเตอร์
พ.ศ. ๒๕๖๕
โดยที่เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในปัจจุบัน จึงเป็นการสมควรปรับปรุงขั้นตอนการแจ้งเตือน การระงับการทำให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ และการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากกระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการให้ทันสมัยเพื่อแก้ไขปัญหาการทำให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายผ่านระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ ประกอบมาตรา ๑๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง ขั้นตอนการแจ้งเตือน การระงับการทำให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ และการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากกระบบคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๖๕”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง ขั้นตอนการแจ้งเตือน การระงับการทำให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ และการนำข้อมูลออกจากกระบบคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๖๐
ข้อ ๔ ในประกาศนี้
“ระบบคอมพิวเตอร์” หมายความว่า อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมการทำงานเข้าด้วยกัน โดยได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงานให้อุปกรณ์ หรือชุดอุปกรณ์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ
“ข้อมูลคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด บรรดาที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ และให้หมายความรวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
“ผู้ให้บริการ” หมายความว่า
(๑) ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่น โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเอง หรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น
หน้า ๕๘
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๕๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๕
(๒) ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น
“ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม “สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)” หมายความว่า สื่อหรือช่องทางในการติดต่อสื่อสาร หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างบุคคลโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet Intermediary) ที่เน้นการสร้างหรือเผยแพร่เนื้อหาระหว่างผู้ใช้งานด้วยกัน (Creation and Exchange of User-generated Content) หรือสนับสนุนการสื่อสารสองทาง หรือการนำเสนอและเผยแพร่ เนื้อหาในวงกว้างได้ด้วยตนเอง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชั่น กระดานข่าว เครือข่ายสังคมออนไลน์ สื่อสำหรับการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนเนื้อหา ที่เป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ภาพนิ่ง เสียง วิดีทัศน์ หรือแฟ้มข้อมูล หรือให้บริการ เก็บเนื้อที่ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต บล็อก blogs เว็บไซต์ (สำหรับการสร้างและแก้ไขเนื้อหาร่วมกัน) เกมส์ออนไลน์หรือโลกเสมือนที่มีผู้ใช้งานหลายคน หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อออนไลน์อื่นในลักษณะ เดียวกันหรือคล้ายคลึงกันที่เปิดให้ใช้งาน เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารระหว่างบุคคล ระหว่างกลุ่มบุคคล หรือกับสาธารณะ
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัตินี้ “ตำแหน่งข้อมูลที่ผิดกฎหมาย” หมายความว่า ตำแหน่งหรือแหล่งที่อยู่ของข้อมูล (Related Online Location) อาทิเช่น ยูอาร์แอล (Related URL) ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต (Related IP Address) ชื่อโดเมน (Related Domain Name) เว็บเพจ (Related web page) ของแหล่งข้อมูล หรือตำแหน่งที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์ (Related Electronic Address) ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลนั้น
หมวด ๑
การกระทำหรือการให้บริการที่ไม่ต้องรับโทษของผู้ให้บริการ
ข้อ ๕ ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ผู้ใด ดังต่อไปนี้ ที่พิสูจน์ได้ว่าตนได้ปฏิบัติตาม ประกาศข้อ ๕ และข้อ ๖ ดังต่อไปนี้ครบถ้วน ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ ฐานให้ความร่วมมือ ให้ความยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจ อันเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๕
(๑) ผู้ให้บริการในฐานะสื่อกลาง (Intermediary) ซึ่งให้บริการเกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคม การสื่อสารกิจการกระจายภาพ กระจายเสียง กิจการอินเทอร์เน็ต รวมถึงการรับส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ผ่านเครือข่ายหรือระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ หรือบริการอำนวยความสะดวกในการส่งผ่าน ข้อมูลคอมพิวเตอร์ผ่านเส้นทางจราจรทางคอมพิวเตอร์บนอินเทอร์เน็ต (routing) หรือจัดให้บริการ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ที่ทำงานโดยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อทำให้เกิดการรับส่งผ่านข้อมูลคอมพิวเตอร์ (Transitory Communication - mere conduit) ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ซึ่งได้ดำเนินการระงับ การทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ตามประกาศข้อ ๖ ครบถ้วน
หน้า ๕๙
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๕๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๕
(ก) เป็นผู้ให้บริการรับส่งผ่านข้อมูลคอมพิวเตอร์ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ตามปกติธุระในทางธุรกิจ โดยการใช้บริการดังกล่าวทั้งหมดดำเนินการโดยผู้ใช้บริการ โดยที่ผู้ให้บริการไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง
(ข) เป็นผู้ให้บริการที่เป็นสื่อกลางในการรับส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือเป็นสื่อกลางในการให้บริการอันวยความสะดวกในการรับส่งผ่านข้อมูลคอมพิวเตอร์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผ่านเส้นทางจราจรทางคอมพิวเตอร์บนอินเทอร์เน็ต (Traffic Data) หรือการให้บริการเชื่อมต่อระหว่าง ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยกัน (Hosting) ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวข้างต้นทั้งหมดเกิดจากการประมวลผล อัตโนมัติดัวยระบบคอมพิวเตอร์ (Automatic technical process) ซึ่งผู้ใช้บริการหรือบุคคลอื่น (ที่ไม่ใช่ผู้ให้บริการ) เป็นผู้สั่งการทั้งหมด โดยผู้ให้บริการไม่ได้เกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมใด ๆ ในการกำหนดหรือคัดเลือกข้อมูลหรือเนื้อหาของข้อมูลที่รับส่งผ่านระบบคอมพิวเตอร์ดังกล่าว
(ค) เป็นผู้ให้บริการที่รับส่งหรือเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้บริการหรือบุคคลอื่น ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่หรือเกี่ยวข้องกับการเลือกคัดสรรข้อมูลหรือเนื้อหาของข้อมูลที่ส่งผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ด้วยตนเอง การให้บริการทั้งหมดที่ดำเนินการอนุมัติคำสั่งผ่านระบบตอบรับคำสั่งอัตโนมัติโดยระบบ คอมพิวเตอร์หรือปัญญาประดิษฐ์เท่านั้น
(ง) เป็นผู้ให้บริการที่ไม่ได้ทำการเก็บสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือเนื้อหาของข้อมูล ดังกล่าวไว้ หรือเก็บสำเนาไว้ชั่วคราวเพื่อวัตถุประสงค์ในการประมวลผลของระบบคอมพิวเตอร์ในการใช้งาน (Transient storage) เท่าที่จำเป็นเพื่อให้การให้บริการข้อมูลสามารถกระทำได้เท่านั้น โดยผู้ให้บริการ ดังกล่าวต้องไม่ได้การทำสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือเนื้อหาของข้อมูลเก็บไว้ในลักษณะถาวรในระบบ คอมพิวเตอร์ หรือในลักษณะที่เก็บไว้เป็นฐานข้อมูลของเครือข่ายของผู้ให้บริการของตนในลักษณะ ที่บุคคลทั่วไปอาจเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ในภายหลัง
(จ) เป็นการให้บริการรับส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ผ่านระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือเนื้อหาของข้อมูลนั้นโดยผู้ให้บริการ
(ฉ) เป็นการให้บริการที่ผู้ให้บริการไม่ได้รับค่าตอบแทนหรือประโยชน์ใด ๆ ไม่ว่าทางตรง และทางอ้อม จากการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ทำซ้ำ ตัดแปลงข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมาย ตามมาตรา ๑๔
(ช) เป็นการให้บริการที่ผู้ให้บริการไม่ได้ให้ความร่วมมือ ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจกับ การเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมาย ที่อยู่ในความควบคุม หรือระบบคอมพิวเตอร์ของตนเองตามมาตรา ๑๔
(๒) ผู้ให้บริการที่เก็บหรือพักข้อมูลคอมพิวเตอร์ชั่วคราว (system caching) ในระบบ คอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ซึ่งได้ดำเนินการระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ตามประกาศข้อ ๖ ครบถ้วน
(ก) เป็นการให้บริการเก็บพักข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ระบบคอมพิวเตอร์หรือปัญญาประดิษฐ์ ควบคุมการส่งผ่านเนื้อหาข้อมูลทั้งหมดโดยผู้ใช้บริการหรือบุคคลภายนอก (ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการ)
หน้า ๖๐
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๕๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๕
(ข) เป็นการให้บริการรับส่งผ่านข้อมูลคอมพิวเตอร์ระหว่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรือปัญญาประดิษฐ์ด้วยกัน เพื่อให้สามารถดำเนินการทางเทคนิคเพื่อให้เก็บพักข้อมูลคอมพิวเตอร์ชั่วคราวได้
(ค) เป็นการจัดเก็บพักข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือปัญญาประดิษฐ์โดยอัตโนมัติซึ่งผู้ให้บริการไม่เกี่ยวข้องและไม่ได้ควบคุมการจัดเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าว
ในการให้บริการจัดเก็บและพักข้อมูลคอมพิวเตอร์แบบชั่วคราวนั้น ผู้ให้บริการต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(ก) ไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือเนื้อหาของข้อมูลดังกล่าวที่เก็บพักไว้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
(ข) ไม่สามารถเข้าถึงเพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือเนื้อหาของข้อมูลดังกล่าวได้
(ค) ไม่มีเจตนาไม่ให้ความร่วมมือ ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจ กับการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายตามมาตรา ๑๔
(๓) ผู้ให้บริการซึ่งเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์ในระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายระบบของคอมพิวเตอร์ของตนเองเพื่อให้ผู้ให้บริการดำเนินการบริหารจัดการข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวด้วยตนเอง (Information Residing on systems or network at direction of users) ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ซึ่งได้ดำเนินการระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ตามประกาศ ข้อ ๖ ครบถ้วน
(ก) เป็นการให้บริการที่ผู้ให้บริการไม่ได้ให้ความร่วมมือ ยินยอม รู้เห็นเป็นใจหรือเกี่ยวข้องรวมถึงไม่ทราบถึงการกระทำใด ๆ ที่ผิดกฎหมายของผู้ให้บริการหรือบุคคลภายนอก
(ข) ผู้ให้บริการไม่ได้รับค่าตอบแทนหรือประโยชน์ใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมจากการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมายตามมาตรา ๑๔
(ค) ทันทีที่ผู้ให้บริการได้รับการแจ้งถึงการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมายตามมาตรา ๑๔ ผู้ให้บริการต้องรีบดำเนินการระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายออกจากระบบคอมพิวเตอร์ที่ตนเองควบคุมหรือเป็นเจ้าของตามที่ระบุไว้ในประกาศ ข้อ ๖ โดยทันที
(๔) ผู้ให้บริการทางเทคนิคเพื่อเป็นที่ตั้งหรือที่พักของแหล่งข้อมูล (Information Location Tools) ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ซึ่งได้ดำเนินการระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ตามประกาศ ข้อ ๖ ครบถ้วน
(ก) ผู้ให้บริการต้องไม่มีการเชื่อมต่อ (Linking) ไปยังแหล่งข้อมูลที่ผิดกฎหมายแก่บุคคลภายนอกด้วยตนเอง
หน้า ๖๑
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๕๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๕
(ข) ผู้ให้บริการไม่มีเจตนาและเกี่ยวข้องรวมถึงไม่ทราบถึงการกระทำใด ๆ ที่ผิดกฎหมายของผู้ใช้บริการหรือบุคคลภายนอก
(ค) ผู้ให้บริการไม่ได้รับค่าตอบแทนหรือประโยชน์ใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมจากการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายตามมาตรา ๑๔
(ง) ทันทีที่ผู้ให้บริการได้รับการแจ้งถึงการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมายตามมาตรา ๑๔ ผู้ให้บริการต้องรีบดำเนินการระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายออกจากระบบคอมพิวเตอร์ที่ตนเองควบคุมหรือเป็นเจ้าของตามที่ระบุไว้ในประกาศ ข้อ ๖ โดยทันที
(๕) สื่อสังคมออนไลน์ที่เป็นสื่อหรือช่องทางในการติดต่อสื่อสาร หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างบุคคลโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ที่ได้ดำเนินการระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ตามประกาศ ข้อ ๖ โดยครบถ้วน
(ก) เป็นผู้ให้บริการที่ทำหน้าที่เป็นสื่อสังคมออนไลน์ตามปกติธุระโดยการดำเนินการโพสต์ แก้ไขเปลี่ยนแปลง เผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ทั้งหมดกระทำโดยผู้ใช้บริการหรือบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ผู้ให้บริการ
(ข) เป็นผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ที่รับส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้เลือกข้อมูลหรือเนื้อหาของข้อมูลที่ส่งผ่านระบบคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง เป็นเพียงการให้บริการที่ดำเนินการผ่านแพลตฟอร์ม (Platform) หรือระบบตอบรับคำสั่งอัตโนมัติโดยทางคอมพิวเตอร์หรือปัญญาประดิษฐ์เท่านั้น
(ค) เป็นการให้บริการรับส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ผ่านระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือเนื้อหาของข้อมูลนั้นโดยผู้ให้บริการ
(ง) ไม่ได้รับค่าตอบแทนผลประโยชน์ใด ๆ ไม่ว่าทางตรงและทางอ้อม จากการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ทำซ้ำ ตัดแปลงข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายตามมาตรา ๑๔
(จ) ไม่ได้ให้ความร่วมมือ ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจ กับการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมาย ที่อยู่ในความควบคุม หรือระบบคอมพิวเตอร์ของตนเองตามมาตรา ๑๔
(๖) ผู้ให้บริการที่ไม่ได้มีลักษณะหรือที่ไม่ได้ระบุไว้ใน (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) ซึ่งให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันได้โดยประการอื่นโดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งได้ปฏิบัติตามประกาศ ข้อ ๖
หมวด ๒
การระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง
หน้า ๖๒
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๕๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๕
ข้อ ๖ ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ผู้ใดที่มีลักษณะตามข้อ ๕ ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าตนได้จัดเตรียมมาตรการระงับการเผยแพร่ของข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลที่ผิดกฎหมายด้วยตนเอง (Notice & Takedown Policy) ตามหมวดนี้โดยครบถ้วน ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษตามมาตรา ๑๕
(๑) ขั้นตอนการแจ้งเตือน
ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ตามข้อ ๕ จะต้องจัดให้มีมาตรการแจ้งเตือนในเรื่องขั้นตอนการระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายตามมาตรา ๑๔ ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ โดยจัดทำนโยบายการระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ (Notice & Take Down Policy) หรือหนังสือแจ้งเตือน (Take Down Notice) ล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรให้บุคคลทั่วไปได้รับทราบ โดยอาจดำเนินการด้วยวิธีการทางเทคนิคหรือวิธีการอื่นเพื่อให้ผู้ให้บริการหรือบุคคลภายนอกแจ้งเตือนผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์เพื่อให้ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายออกจากระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตนได้ โดยหนังสือแจ้งเตือนดังกล่าวของผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ต้องระบุข้อมูลอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(ก) ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการหรือช่องทางอื่นใดที่สามารถติดต่อผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์หรือตัวแทนของผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์
(ข) แบบฟอร์มข้อร้องเรียน (Complaint Form) เพื่อให้ผู้ให้บริการหรือบุคคลภายนอกแจ้งผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์เพื่อระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายตามมาตรา ๑๔ ออกจากระบบคอมพิวเตอร์โดยแบบฟอร์มดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
(๑) รายละเอียดชื่อ นามสกุล ที่อยู่ของผู้ร้องเรียนรวมถึงลายมือชื่อของผู้ร้องเรียนหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจของผู้ร้องเรียนว่ามีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔
(๒) รายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔
(๓) รายละเอียดที่อยู่ที่ติดต่อได้ของผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ อาทิเช่นชื่อของผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ ที่อยู่ของผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ เบอร์โทรศัพท์เบอร์โทรสารของผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ หรือวิธีการหรือช่องทางใด ๆ ที่สามารถติดต่อผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ได้
(๔) รายละเอียดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ให้บริการหรือบุคคลภายนอก
(๕) คำรับรองว่าข้อความที่แจ้งให้ระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายดังกล่าวออกจากระบบคอมพิวเตอร์เป็นความจริง
หน้า ๖๓
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๕๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๕
(๒) การแจ้งเตือนของผู้ใช้บริการ
ในกรณีที่ผู้ใช้บริการหรือบุคคลใดตรวจพบว่า ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมายตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้ใช้บริการหรือบุคคลภายนอกสามารถแจ้งเตือนผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์เพื่อขอให้ระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายออกจากระบบคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีการ ดังต่อไปนี้
(ก) ลงบันทึกประจำวัน หรือแจ้งความร้องทุกข์เพื่อเป็นหลักฐานต่อพนักงานสอบสวน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยแจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมายตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม รายละเอียดของผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ รายละเอียดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการหรือบุคคลภายนอก เป็นต้น พร้อมยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงการกระทำความผิดดังกล่าวและเอกสารอื่น ที่เกี่ยวข้องแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ
(ข) แจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมายตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต่อผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ โดยการกรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มตาม (๑) (ข) พร้อมยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงการกระทำความผิดดังกล่าวและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องแก่ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์
(๓) วิธีการระงับหรือนำข้อมูลออกจากระบบคอมพิวเตอร์
เมื่อผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ได้รับข้อร้องเรียนตามแบบฟอร์มในข้อ ๖ (๑) (ข) และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(ก) ระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายออกจากระบบคอมพิวเตอร์เพื่อไม่ให้แพร่หลายต่อไปโดยทันที
(ข) จัดทำสำเนาข้อร้องเรียนรวมถึงรายละเอียดข้อร้องเรียนของบุคคลที่ร้องเรียนดังกล่าว ส่งให้กับผู้ใช้บริการหรือสมาชิกหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ในความควบคุมของผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์โดยทันที
(ค) ระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายดังกล่าวออกจากระบบคอมพิวเตอร์โดยรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ตามความเหมาะสมและขึ้นอยู่กับสภาพของการให้บริการ แต่ละประเภท เพื่อเยียวยาความเสียหายและระงับการกระทำความผิดให้เร็วที่สุด
ทั้งนี้ เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ทันที และเมื่อเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้สิ้นสุดลง ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ต้องดำเนินการระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายดังกล่าวออกจากระบบคอมพิวเตอร์โดยทันที แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินระยะเวลาที่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่วันที่ได้รับข้อร้องเรียน
หน้า ๖๔
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๕๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๕
หมวด ๓
การระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ โดยคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่
ส่วนที่ ๑
คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่
ข้อ ๗ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พบว่ามีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูล ข้อร้องเรียน เอกสารหรือหลักฐานจากผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้มีส่วนได้เสีย หรือบุคคลใด ๆ ว่า มีข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายตามมาตรา ๑๔ อยู่ในความควบคุมของ ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย โดยความเห็นชอบของ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือรองปลัดกระทรวงที่ได้รับมอบหมาย อาจมีคำสั่ง ตามแบบฟอร์มแนบท้ายประกาศนี้ไปยังผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์เพื่อให้ดำเนินการระงับการทำ ให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายตามมาตรา ๑๔ ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ได้
คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ข้อ ๘ ให้ถือว่าผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ได้รับคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อ ๗ และเอกสารที่เกี่ยวข้องแล้ว เมื่อคำสั่งนั้นได้เข้าสู่ระบบของผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ เว้นแต่ วันและเวลานั้นเป็นวันและเวลานอกทำการของผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ ให้ถือว่าผู้ให้บริการ หรือสื่อสังคมออนไลน์ได้รับในวันและเวลาทำการถัดไป
เมื่อผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ได้รับคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายที่อยู่ในความควบคุมของ ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์เพื่อไม่ให้แพร่หลายต่อไปโดยทันที โดยให้ดำเนินการด้วยมาตรการทางเทคนิคใด ๆ (Technical Measure) ที่ได้มาตรฐานตามสภาพของ การให้บริการแต่ละประเภท เพื่อให้บังเกิดผลตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่
(๒) จัดทำสำเนาข้อร้องเรียนรวมถึงรายละเอียดข้อร้องเรียนของบุคคลที่ร้องเรียนดังกล่าว ส่งให้กับผู้ใช้บริการหรือสมาชิกหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ในความควบคุมของผู้ให้บริการหรือสื่อสังคม ออนไลน์โดยทันที
(๓) ระยะเวลาในการระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายออกจาก ระบบคอมพิวเตอร์ ต้องไม่เกินกำหนดระยะเวลาที่ระบุดังต่อไปนี้ เพื่อเยียวยาความเสียหายและระงับ การกระทำความผิดให้เร็วที่สุด ดังนี้
หน้า ๖๕
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๕๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๕
(ก) กรณีการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามมาตรา ๑๔ (๑) ให้ระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์โดยทันที เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่น อันมิอาจก้าวล่วงได้ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ทันที และเมื่อเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจ ก้าวล่วงได้สิ้นสุดลง ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ต้องดำเนินการระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูล คอมพิวเตอร์ดังกล่าวออกจากระบบคอมพิวเตอร์โดยทันที แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินระยะเวลาเจ็ดวันนับแต่ วันที่ได้รับคำสั่ง
(ข) กรณีการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามมาตรา ๑๔ (๒) และ (๓) ให้ระงับการทำ ให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์โดยทันที เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือ เหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ทันที และเมื่อเหตุสุดวิสัยหรือ เหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงสิ้นสุดลง ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ต้องดำเนินการระงับการทำ ให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวออกจากระบบคอมพิวเตอร์โดยทันที แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน ระยะเวลาที่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง
(ค) กรณีการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามมาตรา ๑๔ (๔) ให้ระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์โดยทันที เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่น อันมิอาจก้าวล่วงได้ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ทันที และเมื่อเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจ ก้าวล่วงได้สิ้นสุดลง ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ต้องดำเนินการระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูล คอมพิวเตอร์ดังกล่าวออกจากระบบคอมพิวเตอร์โดยทันที แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินระยะเวลาสามวันนับแต่ วันที่ได้รับคำสั่ง
ในกรณีการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามมาตรา ๑๔ (๔) เป็นภาพลามกอนาจารเด็ก อันเป็นความผิดตามมาตรา ๒๘๗/๑ และ ๒๘๗/๒ ของประมวลกฎหมายอาญา ให้ระงับการทำ ให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์โดยทันที เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือ เหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ทันที และเมื่อเหตุสุดวิสัยหรือ เหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้สิ้นสุดลง ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ต้องดำเนินการระงับ การทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวออกจากระบบคอมพิวเตอร์โดยทันที แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน ระยะเวลาที่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง
ข้อ ๙ ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ดำเนินการตามคำสั่งของพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามหมวดนี้อย่างครบถ้วนและภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้สันนิษฐานว่าผู้ให้บริการหรือ สื่อสังคมออนไลน์ผู้นั้น ร่วมมือ สนับสนุน หรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๕
ส่วนที่ ๒
การอุทธรณ์และการเพิกถอนคำสั่ง
หน้า ๖๖
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๕๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๕
ข้อ ๑๐ การอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่ง และไม่เป็นเหตุให้ผู้ได้รับคำสั่งยกเป็นข้ออ้างหรือปฏิเสธไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามหมวดนี้
ข้อ ๑๑ ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ และผู้ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ออกตามประกาศนี้ อาจอุทธรณ์คำสั่งโดยยื่นต่อปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือผู้ที่ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมอบหมาย ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง หรือนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงคำสั่งดังกล่าว แล้วแต่กรณี เพื่อขอให้เพิกถอน แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าว
คำอุทธรณ์ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรลงลายมือชื่อผู้อุทธรณ์ โดยระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิงประกอบด้วย
ให้ผู้รับคำอุทธรณ์ออกใบรับคำอุทธรณ์ลงวัน เดือน ปี ที่รับและลายมือชื่อผู้รับให้แก่ผู้อุทธรณ์
ข้อ ๑๒ ให้ผู้พิจารณาอุทธรณ์พิจารณาคำอุทธรณ์และแจ้งผู้อุทธรณ์โดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ ในกรณีที่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนก็ให้ดำเนินการมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งนั้นตามความเห็นของตน ภายในกำหนดเวลาดังกล่าวด้วย
ในกรณีที่ไม่เห็นด้วย ให้มีคำสั่งยกคำอุทธรณ์ และแจ้งผู้อุทธรณ์ทราบ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง
ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาคำอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ผู้พิจารณาอุทธรณ์มีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าว ในการนี้ ให้ขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ออกไปได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว
ข้อ ๑๓ ในการพิจารณาอุทธรณ์ ให้ผู้พิจารณาอุทธรณ์พิจารณาทบทวนคำสั่งได้ไม่ว่าจะเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย หรือความเหมาะสมของการทำคำสั่ง และอาจมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งนั้นไปในทางใด หรือมีข้อกำหนดเป็นเงื่อนไขอย่างไรก็ได้
ข้อ ๑๔ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่ง หรือปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมอาจเปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอนคำสั่งในเวลาใด ๆ ก็ได้ ไม่ว่าจะพ้นขั้นตอนการกำหนดให้อุทธรณ์ตามประกาศนี้ หรือไม่ โดยต้องทำเป็นหนังสือเพิกถอนคำสั่งเดิมหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งส่งไปยังบุคคลที่ได้รับคำสั่งนั้น และด้วยเหตุ ดังต่อไปนี้
(๑) คำสั่งที่มีข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือผิดหลงเล็กน้อย
(๒) มีพยานหลักฐานใหม่ อันอาจทำให้ข้อเท็จจริงที่พึงเป็นยุติแล้วนั้นเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ
(๓) ถ้าคำสั่งได้ออกโดยอาศัยข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใดและต่อมาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายนั้นเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญในทางที่จะเป็นประโยชน์แก่คู่กรณี
หน้า ๖๗
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๕๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๕
หมวด ๔
แนวทางการดำเนินคดี
ข้อ ๑๕ ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ผู้ใด ได้รับคำสั่งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อ ๗ และข้อ ๘ โดยชอบแล้ว เพิกเฉยไม่ดำเนินการระงับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่ผิดกฎหมายตามมาตรา ๑๔ ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือตามที่ประกาศนี้กำหนด และมิได้อุทธรณ์คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดของผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ โดยใช้อำนาจตามมาตรา ๑๘ (๑) (๒) และ (๓) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และภายใต้กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
(๒) ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ในฐานร่วมมือ ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๓) ดำเนินการสรุปความเห็นทางกฎหมายในพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดภายในหกสิบวัน นับแต่พ้นกำหนดระยะเวลาในข้อ ๘ เพื่อส่งข้อมูลการกระทำความผิดดังกล่าวให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์
(๔) ดำเนินการประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อให้มีคำสั่งระงับการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมาย หรือเพื่อให้หน่วยงานกำกับดูแลดำเนินการกับผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
ข้อ ๑๖ ในกรณีที่ผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ยังคงเพิกเฉย ฝ่าฝืนไม่ดำเนินการหรือกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง พนักงานเจ้าหน้าที่อาจประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อพิจารณาดำเนินการระงับใบอนุญาต หรือดำเนินการอื่นใดตามสมควร ภายใต้ขอบเขตแห่งกฎหมายที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือหน่วยงานกำกับดูแลมีหน้าที่และอำนาจ ทั้งนี้ เพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากข้อมูลที่ผิดกฎหมาย
หมวด ๕
เบ็ดเตล็ด
หน้า ๖๘
เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๕๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๕
ข้อ ๑๗ ในการดำเนินการตามประกาศนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่พฤติการณ์ โดยให้พิจารณาจากพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พยานแวดล้อม และประกอบกับมาตรฐานทางวิชาชีพ หลักกฎหมายที่ผู้ให้บริการทั่วไปหรือสื่อสังคมออนไลน์พึงกระทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๑๘ ให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรักษาการให้เป็นไปตามประกาศนี้ และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาอันเกิดจากการปฏิบัติตามประกาศนี้
ในการตีความและการวินิจฉัยปัญหา หรือเพื่อประสานงานให้การดำเนินการตามประกาศนี้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมอาจตั้งคณะทำงานซึ่งประกอบด้วยผู้แทนของภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมพิจารณาและดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๕
ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
คำสั่งให้ระลับการทำให้แพร่หลาย นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ด้วยปรากฏว่ามีข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วย การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามที่มีผู้ร้องเรียน เมื่อวันที่ ... ให้ระลับการทำให้แพร่หลาย/นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังปรากฏตามรายการของข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือตำแหน่งแหล่งที่อยู่ของข้อมูล ที่ผิดกฎหมาย (Target Online Location) อาทิเช่น ยูอาร์แอล (Target URL) หรือที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต (Target IP Address) หรือชื่อโดเมน (Target Domain Name) พร้อมเว็บเพจ (Target web page) ของแหล่งข้อมูลที่ผิดกฎหมายหรือตำแหน่งที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์ (Target Electronic Address) ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดกับข้อมูลผิดกฎหมาย จำนวน... รายการ ดังต่อไปนี้
- (URL หรือรายละเอียดของข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมาย)...
- (URL หรือรายละเอียดของข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมาย)...
- (URL หรือรายละเอียดของข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมาย)...
ฯลฯ
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง ขั้นตอน การแจ้งเตือน การระลับการทำให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์และการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๖๕ ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ ประกอบมาตรา ๑๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ พนักงานเจ้าหน้าที่ จึงมีคำสั่งให้... ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ/สื่อสังคมออนไลน์ ตามพระราชบัญญัตินี้ ดำเนินการระลับการทำให้แพร่หลาย/นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ดังปรากฏตามรายการของข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือตำแหน่งแหล่งที่อยู่ของข้อมูล ที่ผิดกฎหมาย (Target Online Location) อาทิเช่น ยูอาร์แอล (Target URL) หรือที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต (Target IP Address) หรือชื่อโดเมน (Target Domain Name) พร้อมเว็บเพจ (Target web page) ของแหล่งข้อมูลที่ผิดกฎหมายหรือตำแหน่งที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์ (Target Electronic Address) ที่เกี่ยวข้อง
- ๒ -
ทั้งหมดกับข้อมูลผิดกฎหมายในทันทีที่ได้รับคำสั่ง แต่ไม่เกินวันที่... ทั้งนี้ ได้แนบ
สำเนาเอกสารการร้องเรียนและหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาพร้อมกับคำสั่งนี้ด้วยแล้ว หากมีเหตุจำเป็นอันสมควร
ซึ่งทำให้ไม่อาจดำเนินการตามคำสั่งนี้ได้ ขอให้ท่านแจ้งไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่อยู่ หรือหมายเลข
โทรศัพท์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ตามที่ปรากฏท้ายคำสั่งนี้
สั่ง ณ วันที่ .. เดือน ... พ.ศ. ...
(ลงชื่อ)
(...)
ตำแหน่งงาน...
พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติ
ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐
ชื่อหน่วยงาน และสังกัด เช่น สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กองกฎหมาย
โทร. ๐ ๒๑๔๑ ๖๗๖๓
โทรสาร ๐ ๒๑๔๓ ๘๐๑๓
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ : xxx@xxx.xxx
หมายเหตุ : ให้ฆ่าคำว่า “ระงับการทำให้แพร่หลาย” หรือ “นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์”
แล้วแต่กรณี ให้ตรงตามข้อร้องเรียน รวมทั้งให้แนบสำเนาเอกสารอย่างน้อยดังต่อไปนี้ ไปพร้อมคำสั่งด้วย
- รายละเอียด ชื่อนามสกุล ที่อยู่ ของผู้ร้องเรียน ว่ามีการกระทำความผิด และ/หรือ บันทึกประจำวันหรือแจ้งความ
ร้องทุกข์ที่ได้ลงบันทึกประจำวันเป็นลายลักษณ์อักษรต่อพนักงานสอบสวน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีการกระทำ
ความผิด ตามมาตรา ๑๔ - ข้อมูลรายละเอียดตำแหน่งข้อมูลที่ผิดกฎหมาย และรายละเอียดการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมายที่อยู่ใน
ความควบคุมของผู้ให้บริการหรือสื่อสังคมออนไลน์ตามมาตรา ๑๔ - เอกสารหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่ผ่านการรับรองสำเนาถูกต้องแล้ว ตามแบบฟอร์ม
ที่แนบท้ายประกาศฉบับนี้