PDPC_Consult-61

เรื่อง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนหารือเกี่ยวกับข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒

ข้อกฎหมาย

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
    มาตรา ๓ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๔ (๔) และ (๖) มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๒ (๑)

  2. พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
    มาตรา ๔ และมาตรา ๑๕ (๕)

  3. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    มาตรา ๖๓ วรรคหนึ่ง

  4. กฎ ก.พ. ว่าด้วยการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทวิชาการในหรือต่างกระทรวงหรือกรม พ.ศ. ๒๕๖๔

  5. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร ๑๐๐๖/ว ๑๔ ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๔ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ (ปัจจุบันถูกยกเลิกแล้ว)

  6. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร ๑๐๐๖/ว ๕ ลงวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๗ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ

ข้อหารือ

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) แจ้งว่า พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๖๓ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า การย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญในหรือต่างกระทรวงหรือกรม แล้วแต่กรณีให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.พ. โดยกฎ ก.พ. ว่าด้วยการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทวิชาการในหรือต่างกระทรวงหรือกรม พ.ศ. ๒๕๖๔ ประกอบหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร ๑๐๐๖/ว ๑๔ ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๔ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทวิชาการในหรือต่างกระทรวงหรือกรม ไว้ในส่วนของการประเมินบุคคลเพื่อเลื่อนข้าราชการขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น โดยให้ อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. กระทรวง มีหน้าที่และอำนาจประการหนึ่งคือ การจัดให้มีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกตำแหน่งละหนึ่งคน โดยในประกาศให้ระบุชื่อและเค้าโครงผลงานรวมทั้งข้อเสนอแนวคิดที่จะเสนอขอประเมิน สัดส่วนของผลงานในส่วนที่ตนเองปฏิบัติ และรายชื่อผู้ร่วมจัดทำผลงาน (ถ้ามี) ซึ่งได้มีส่วนราชการหารือมายังสำนักงาน ก.พ. ว่าผลงานของข้าราชการที่เสนอเข้ารับการประเมินอาจจะมีชื่อเรื่องหรือเนื้อหา


เกี่ยวพันกับบุคคลภายนอก เช่น การจัดเก็บภาษีห้างหุ้นส่วนจำกัด การสอบสวนวินัยข้าราชการที่อาจปรากฏ ชื่อผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มิใช่ข้อมูลส่วนบุคคลของตัวข้าราชการผู้ขอรับการประเมิน หากต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.พ. กำหนดดังกล่าวจะถือว่าเป็นการดำเนินการ ที่ขัดแย้งหรือไม่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ หรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ. พิจารณาแล้วเห็นว่า เจตนารมณ์ที่ ก.พ. กำหนดให้มีการประกาศ เค้าโครงผลงานของผู้ที่ผ่านการประเมินบุคคลเป็นไปเพื่อป้องกันมิให้เกิดการลอกเลียนผลงานหรือ นำผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยในเรื่องความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ในการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น ดังนั้น จึงขอหารือว่า การดำเนินการในส่วนของการประกาศเค้าโครงผลงานของส่วนราชการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญ ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งประเภทวิชาการในหรือต่างกระทรวงหรือกรม ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร ๑๐๐๖/ว ๑๔ ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรา ๖๓ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ พลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ จะถือเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินการกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้รับมอบแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นข้อยกเว้นตามมาตรา ๒๔ (๔) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ หรือไม่ อย่างไร

ความเห็น

คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้พิจารณาประเด็นข้อหารือแล้ว เห็นว่า สำนักงาน ก.พ. เป็นหน่วยงานของรัฐตามบทนิยามในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ การบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของสำนักงาน ก.พ. จะต้องถือปฏิบัติ ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการด้วย ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่กำหนดว่า “ในกรณีที่มีกฎหมายว่าด้วยการใดบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในลักษณะใด กิจการใด หรือหน่วยงานใดไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้น เว้นแต่ (๑) บทบัญญัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ เป็นการเพิ่มเติม ไม่ว่าจะซ้ำกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้นหรือไม่ก็ตาม “ล” ดังนั้น สำนักงาน ก.พ. ควรดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการที่ได้กำหนดเรื่องการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการของหน่วยงานของรัฐ รวมถึงข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครอง หรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐไว้โดยเฉพาะแล้วก่อน และให้พิจารณาบทบัญญัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นการเพิ่มเติม ในการดำเนินการดังกล่าวต่อไป


สำหรับการพิจารณาตามประเด็นข้อหารือของสำนักงาน ก.พ. พบว่า ขณะที่ตอบข้อหารือนี้ ได้มีการยกเลิกหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร ๑๐๐๖/ว ๑๔ ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๔ แล้ว โดยสำนักงาน ก.พ. ได้กำหนดให้ใช้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการย้าย การโอน หรือการเลื่อน ข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร ๑๐๐๖/ว ๕ ลงวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๗ แทน ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินบุคคล ในการประเมินบุคคลเพื่อ เลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับต่าง ๆ โดยมีการกำหนดให้ อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. กระทรวง มีหน้าที่และอำนาจประการหนึ่งคือ จัดให้มีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกตำแหน่งละ ๑ คน โดยในประกาศให้ระบุชื่อและเค้าโครงผลงาน รวมทั้งข้อเสนอแนวคิดที่จะเสนอขอประเมิน สัดส่วนของผลงาน ในส่วนที่ตนเองปฏิบัติและรายชื่อผู้ร่วมจัดทำผลงาน (ถ้ามี) ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๖๓ วรรคหนึ่ง ประกอบกฎ ก.พ. ว่าด้วยการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภท วิชาการในหรือต่างกระทรวงหรือกรม พ.ศ. ๒๕๖๔ อันเป็นการที่สำนักงาน ก.พ. ตลอดจนส่วนราชการที่ เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อป้องกันมิให้เกิดการลอกเลียนผลงานหรือนำผลงานของผู้อื่น มาเป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยในเรื่องความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในการดำเนินการ คัดเลือกบุคคลเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น ดังนั้น ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในฐานะ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล จึงอาจเปิดเผยชื่อและเค้าโครงผลงาน รวมทั้งข้อเสนอแนวคิดที่จะเสนอขอประเมิน สัดส่วนของผลงานในส่วนที่ตนเองปฏิบัติและรายชื่อผู้ร่วมจัดทำผลงาน (ถ้ามี) ในประกาศรายชื่อผู้ได้รับ การคัดเลือกได้ แม้อาจจะมีข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นก็ตาม ซึ่งถือเป็นการดำเนินการเพื่อการปฏิบัติตาม กฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๒๔ (๖) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ หรือเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินการกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๒๔ (๔) ซึ่งเป็นฐานทางกฎหมายที่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้รับยกเว้นไม่ ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ก.พ. และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จะต้องเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย ตามนัยมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ รวมทั้งควรพิจารณาเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของ ราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ด้วย โดยคำนึงถึงการปฏิบัติ หน้าที่ตามกฎหมายของส่วนราชการ ประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องประกอบกัน โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลซึ่งการเปิดเผยจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลของบุคคลอื่น โดยไม่สมควร ตามมาตรา ๑๕ (๕) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ที่เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินการกิจเพื่อประโยชน์ สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๒๔ (๔) บุคคลภายนอกที่ถูกระบุชื่อในเค้าโครงผลงาน


หรือมีข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏอยู่ในประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกตั้งกล่าว ในฐานะที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้แสดงให้เห็นถึงเหตุอันขอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือเป็นไปเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ ตามมาตรา ๓๒ (๑) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ สำนักงาน ก.พ. และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจึงควรพิจารณาการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการดังกล่าว ให้มีความเหมาะสม โดยคำนึงถึงสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

Powered by Forestry.md