OIC_Noti - Life Data Protection 2
หน้า ๒๔
เล่ม ๑๔๓ ตอนพิเศษ ๑๐๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ เมษายน ๒๕๖๙
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
เรื่อง แนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าสำหรับธุรกิจประกันชีวิต (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๘
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ได้ออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง แนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าสำหรับธุรกิจประกันชีวิต พ.ศ. ๒๕๖๔ ไปแล้ว นั้น
เพื่อให้กลไกในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ามีความชัดเจน โปร่งใส มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยที่ยังสามารถใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเพื่อประโยชน์ในการให้บริการลูกค้า อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๖ แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการออก และเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันชีวิตและการดำเนินการของตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต และธนาคาร พ.ศ. ๒๕๖๓ สำนักงาน คปภ. จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง แนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าสำหรับธุรกิจประกันชีวิต (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้แก้ไขคำว่า “นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ในแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าสำหรับธุรกิจประกันชีวิตที่แนบท้ายประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง แนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าสำหรับธุรกิจประกันชีวิต พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นคำว่า “ประกาศความเป็นส่วนตัว” ทุกแห่ง
ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความใน (ก) ของ (๑) ของข้อ ๕ ของแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าสำหรับธุรกิจประกันชีวิตที่แนบท้ายประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง แนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าสำหรับธุรกิจประกันชีวิต พ.ศ. ๒๕๖๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(ก) ฐานความยินยอม
ให้บริษัทขอความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการดำเนินการ ดังต่อไปนี้
หน้า ๒๕
เล่ม ๑๔๓ ตอนพิเศษ ๑๐๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ เมษายน ๒๕๖๙
๑) การดำเนินกิจกรรมทางการตลาดแบบตรง (direct marketing) การสื่อสารด้านการตลาด ข้อมูลข่าวสาร ข้อเสนอพิเศษ ข้อมูลส่งเสริมการขาย และสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งอาจเป็นผลิตภัณฑ์และบริการอื่นของบริษัท บริษัทในเครือ หรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท โดยมีลักษณะที่เกินความคาดหมายของลูกค้า เช่น การส่งข้อความการสื่อสารด้านการตลาดให้กับลูกค้า ที่ไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทมาก่อนและไม่อาจคาดหมายว่าจะได้รับข้อมูลข่าวสารการตลาด จากบริษัท หรือการซื้อข้อมูลลูกค้าจากผู้ประกอบการรายอื่น (ซื้อ lead) เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทต้องเปิดโอกาส ให้ลูกค้าใช้สิทธิถอนความยินยอมได้เสมอ
๒) การดำเนินการขอให้สำนักงานเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยของลูกค้า เพื่อประโยชน์ในการพิจารณารับประกันภัย การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับ กรมธรรม์ประกันภัย บริษัทต้องขอความยินยอมจากลูกค้าเป็นรายกรมธรรม์ประกันภัย โดยข้อความ การขอความยินยอม และการเปิดเผยต้องเป็นไปตามที่สำนักงานกำหนด
๓) การดำเนินการเพื่อวัตถุประสงค์อื่น บริษัทสามารถทำได้โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งต้องรับผิดในกรณีที่เกิดการ ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล”
ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความใน (๒) ของข้อ ๕ ของแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของลูกค้าสำหรับธุรกิจประกันชีวิตที่แนบท้ายประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง แนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าสำหรับธุรกิจ ประกันชีวิต พ.ศ. ๒๕๖๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๒) ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว
บริษัทจะต้องพิจารณาฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ที่อ่อนไหวสำหรับแต่ละวัตถุประสงค์ซึ่งเข้มงวดยิ่งกว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ทั่วไป
(ก) ฐานความยินยอมโดยชัดแจ้ง (explicit consent basis)
๑) โดยทั่วไป บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวได้ ต่อเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากลูกค้าเท่านั้น โดยต้องขอความยินยอมสำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ เช่น เพื่อการระบุและยืนยันตัวตนเองเกหนึ่งจากที่กฎหมาย กำหนดไว้ หรือเพื่อการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดแบบตรง (direct marketing) การสื่อสารด้านการตลาด ข้อมูลข่าวสาร ข้อเสนอพิเศษ ข้อมูลส่งเสริมการขาย และสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ จากบริษัท บริษัทในเครือ และพันธมิตรทางธุรกิจทุกกรณี โดยไม่คำนึงว่าเกินความคาดหมายของลูกค้า หรือไม่ ดังนั้น บริษัทจึงต้องพิจารณาว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวที่เก็บรวบรวมนั้นมีความสัมพันธ์กับ ประกันภัยประเภทนั้น ๆ อย่างไร หากไม่จำเป็นต้องใช้พิจารณาเพื่อให้บริการหรือทำสัญญาประกันภัย
หน้า ๒๖
เล่ม ๑๔๓ ตอนพิเศษ ๑๐๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ เมษายน ๒๕๖๙
บริษัทอาจพิจารณาไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวตั้งแต่แรก หรือดำเนินการขอความยินยอมให้ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
๒) การดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวของลูกค้าคู่สมรส บุคคลในครอบครัว หรือบุคคลอื่นที่จำเป็นในการพิจารณารับประกันภัย การเอาประกันภัยต่อการพิจารณารับประกันภัยต่อ การคำนวณเบี้ยประกันภัย การปฏิเสธการรับประกันภัยแต่ละประเภท หรือการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย เช่น ข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลความพิการที่เป็นข้อมูลที่สำคัญที่ผู้เอาประกันภัยมีหน้าที่ต้องแถลงเพื่อให้บริษัทมีข้อมูลเพียงพอเพื่อใช้ในการพิจารณารับประกันชีวิตสุขภาพ หรืออุบัติเหตุ แล้วแต่กรณี เว้นแต่บริษัทอาจอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นตามมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ต้องขอความยินยอม
๓) การดำเนินการขอให้สำนักงานเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวของลูกค้า เพื่อประโยชน์ในการพิจารณารับประกันภัย การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับกรมธรรม์ประกันภัย บริษัทต้องขอความยินยอมจากลูกค้าเป็นรายกรมธรรม์ประกันภัย โดยข้อความการขอความยินยอมและการเปิดเผยต้องเป็นไปตามที่สำนักงานกำหนด
๔) การดำเนินการเพื่อวัตถุประสงค์อื่น บริษัทสามารถทำได้โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และต้องรับผิดในกรณีที่เกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
(ข) ฐานทางกฎหมายอื่นซึ่งไม่ใช่ฐานความยินยอม
บริษัทอาจอาศัยฐานเป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อื่นเกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะที่สำคัญตามมาตรา ๒๖ (๕) (จ) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ต้องขอความยินยอมโดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้
๑) การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวที่จำเป็นเพื่อเปิดเผยให้สำนักงานตามประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการให้บริษัทประกันชีวิตยืนรายงานเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการจัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย (watch-list) โดยสำนักงานจะเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการข้อมูลเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย เพื่อการติดตามการฉ้อฉลประกันภัยและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการฉ้อฉลของบริษัท
หน้า ๒๗
เล่ม ๑๔๓ ตอนพิเศษ ๑๐๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ เมษายน ๒๕๖๙
๒) การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวที่จำเป็นเพื่อเปิดเผยให้สำนักงานเพื่อใช้ประโยชน์ในการกำกับดูแลและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต”
ข้อ ๖ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่สำนักงานได้กระทำไปโดยถูกต้องตามกฎหมายไปแล้วก่อนวันที่สำนักงานกำหนดข้อความการขอความยินยอมจากลูกค้า ให้เป็นอันใช้ได้จนกว่าสำนักงานจะมีการกำหนดข้อความการขอความยินยอมจากลูกค้าตามประกาศนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘
ชูฉัตร ประมูลผล
เลขาธิการ
คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย