PDPC_Consult-01
เรื่อง กรมโยธาธิการและผังเมือง ขอหารือแนวทางปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
ข้อกฎหมาย
-
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
มาตรา ๒๓ และมาตรา ๓๗ (๑) -
พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
มาตรา ๙ (๘) มาตรา ๙ วรรคสอง มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ -
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐
มาตรา ๘ (๒) -
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖
มาตรา ๔๔ -
ประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง กำหนดให้ประกาศเชิญชวนทั่วไป ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง และสัญญาที่ได้มีการอนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง เป็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๘) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
ข้อหารือ
กรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) ขอหารือแนวทางปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ กรณีการเปิดเผยข้อมูลสัญญาก่อสร้างที่ ยผ. เป็นผู้ว่าจ้างเอกชนแห่งหนึ่งให้แก่ผู้ร้องขอว่า สามารถเปิดเผยได้หรือไม่ อย่างไร และจำเป็นต้องจัดหาข้อมูลให้ทั้งหมดทุกสัญญา ทุกช่วงเวลาตามที่ร้องขอหรือไม่ และ ยผ. ได้มีหนังสือหารือกรณีดังกล่าวไปยังคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการซึ่งได้รับการแจ้งตอบข้อหารือดังกล่าวแล้ว
ความเห็น
คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือและให้คำแนะนำหน่วยงานของรัฐเพื่อรองรับการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้พิจารณาข้อหารือของ ยผ. และเอกสารที่เกี่ยวข้องแล้ว เห็นว่า กรณีการขอคัดถ่ายสำเนาสัญญาก่อสร้างที่ยผ. เป็นผู้ว่าจ้างให้เอกชนรายหนึ่งดำเนินการ เป็นการใช้สิทธิขอข้อมูลข่าวสารของราชการตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ โดยคณะอนุกรรมการตอบข้อหารือตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการได้มีหนังสือตอบข้อหารือดังกล่าวแล้วว่า ตามมาตรา ๔๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์
และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ กำหนดว่า ส่วนราชการต้องจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสัญญาใด ๆ ที่ได้มีการอนุมัติให้จัดซื้อหรือจัดจ้างแล้ว ให้ประชาชนสามารถขอดูหรือตรวจสอบได้ และหากเป็นสัญญาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับแล้ว นอกจากหน่วยงานของรัฐจะมีหน้าที่ต้องเปิดเผยตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวแล้ว สัญญาตามข้อหารือยังเป็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผยตามมาตรา ๘ (๒) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งมีหลักการว่า ให้การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของหน่วยงานภาครัฐต้องกระทำโดยโปร่งใสและเปิดเผยข้อมูลในทุกขั้นตอน ประกอบกับยังเป็นข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานของรัฐต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตามมาตรา ๙ (๘) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ตามประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง กำหนดให้ประกาศเชิญชวนทั่วไป ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง และสัญญาที่ได้มีการอนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง เป็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๘) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ อีกด้วย ดังนั้น ยผ. จึงมีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการดังกล่าว
อย่างไรก็ดี แม้กรณีตามที่หารือจะเป็นข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานของรัฐต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ดังกล่าว แต่หากมีข้อมูลข่าวสารส่วนใดที่ต้องห้ามมิให้เปิดเผยตามมาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ อยู่ด้วย ก็ให้หน่วยงานของรัฐลบหรือตัดทอนหรือทำโดยประการอื่นใดที่ไม่เป็นการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนนั้น ตามมาตรา ๙ วรรคสอง ซึ่งมาตรา ๑๕ วรรคสองกำหนดว่าผู้ขออาจอุทธรณ์คำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการได้ โดยการพิจารณาไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าว ย่อมรวมถึงกรณีที่เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลด้วย ยผ. จึงสามารถลบหรือตัดทอนหรือไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามที่มีผู้ร้องขอในส่วนที่มีข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลซึ่งการเปิดเผยจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควรได้
นอกจากนี้ ยผ. มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ในส่วนที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลด้วย ซึ่งรวมถึงการแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๒๓ และการจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ตามมาตรา ๓๗ (๑) ตลอดจนหน้าที่อื่นตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติดังกล่าว