BOT - Payment Tech Crime Prevention
หน้า ๔๔
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๓๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ ๕๘/๒๕๖๘
เรื่อง มาตรฐานและมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
สำหรับผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน
๑. เหตุผลในการออกประกาศ
สืบเนื่องจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน
ต้องสูญเสียเงินให้กับมิจฉาชีพเป็นมูลค่าสูงมาก ภาครัฐจึงได้มีการตราพระราชกำหนดมาตรการป้องกัน
และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อคุ้มครองประชาชนที่ถูกหลอกลวง
ผ่านโทรศัพท์หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์จนสูญเสียไปซึ่งทรัพย์สิน และต่อมาได้มีการปรับปรุง
พระราชกำหนดดังกล่าว โดยมีการเพิ่มเติมมาตรการในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
ทางเทคโนโลยีให้ครอบคลุมรูปแบบและวิธีการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นในการหลอกลวงประชาชน
ของมิจฉาชีพ รวมทั้งกำหนดให้สถาบันการเงิน ผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์
ผู้ให้บริการโทรคมนาคมอื่น ผู้ให้บริการอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ มีส่วนรับผิดชอบ
ในความเสียหายที่เกิดจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้แก่ผู้เสียหายตามสัดส่วนเท่าที่ผู้ประกอบการดังกล่าว
แต่ละรายมีส่วนเกี่ยวข้องกับสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหาย เว้นแต่บุคคลดังกล่าวจะพิสูจน์ได้ว่า
ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานหรือมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่กำหนดโดยหน่วยงาน
กำกับดูแลที่เกี่ยวข้องแล้ว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการผลักดันให้สถาบันการเงิน ผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ให้บริการ
เครือข่ายโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมอื่น ผู้ให้บริการอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์
ต้องยกระดับมาตรฐานหรือมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมทั้งดูแลรับผิดชอบ
การให้บริการทางเทคโนโลยีแก่ประชาชนผู้ใช้บริการตามสมควรแก่ประเภทของแต่ละธุรกิจ พระราชกำหนด
ดังกล่าวจึงกำหนดให้หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดมาตรฐานและมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรม
ทางเทคโนโลยี
ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อเป็นมาตรฐานและมาตรการ
ในการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
๒. อำนาจตามกฎหมาย
อาศัยอำนาจตามมาตรา ๔/๑ แห่งพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
ทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
๓. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงิน
ภายใต้การกำกับตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน ได้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์
ผู้ประกอบธุรกิจบริการบัตรเครดิต ผู้ประกอบธุรกิจบริการบัตรเดบิต ผู้ประกอบธุรกิจบริการโอนเงิน
ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ประกอบธุรกิจบริการรับชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
หน้า ๔๕
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๓๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
๔. เนื้อหา
๔.๑ คำจำกัดความ
ในประกาศฉบับนี้
“พระราชกําหนด” หมายความว่า พระราชกําหนดมาตรการป้องกันและปราบปราม
อาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
“สถาบันการเงิน” หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะ
จัดตั้งขึ้น ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
“ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายความว่า ผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน
และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
“ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงิน” หมายความว่า ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต
ให้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน ได้แก่
ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ประกอบธุรกิจบริการบัตรเครดิต ผู้ประกอบธุรกิจบริการบัตรเดบิต
ผู้ประกอบธุรกิจบริการโอนเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ประกอบธุรกิจบริการรับชำระเงิน
ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
“ลูกค้า” หมายความว่า บุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือบุคคลที่มีการตกลงกันทางกฎหมาย
ซึ่งสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือทำธุรกรรมกับผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงิน
“ร้านค้า” หมายความว่า ลูกค้าซึ่งเป็นผู้ขายสินค้าหรือบริการ หรือเจ้าหนี้ ที่เป็นผู้ใช้บริการ
รับชำระเงินโดยตรงจากผู้ประกอบธุรกิจบริการรับชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือผู้ประกอบ
ธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์
“บริการ e-Money Mobile Application” หมายความว่า การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์
ผ่านแอปพลิเคชันของผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการบนอุปกรณ์
เคลื่อนที่ ซึ่งสามารถโอนเงินไปยังบัญชีของบุคคลอื่นที่มีอยู่กับผู้ให้บริการทางการเงินอื่น
“ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า บุคคลธรรมดาที่ใช้บริการทางการเงินและการชำระเงิน
ผ่านบริการ e-Money Mobile Application บนอุปกรณ์เคลื่อนที่
“ระบบหรือกระบวนการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล” หมายความว่า ระบบหรือ
กระบวนการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลตามมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนด
“บัญชีม้า” หมายความว่า บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถูกนำมาใช้
หรืออาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการรับเงินและถ่ายโอนเงินที่ได้มาจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
“บัญชีม้าตำ” หมายความว่า บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคล
ที่มีรายชื่อเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งควรได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตามกฎกระทรวงว่าด้วย
การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า กรณีบัญชีม้า (รหัส HR-03-01 รหัส HR-03-02)
ทั้งนี้ ให้หมายถึงเฉพาะรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการป้องกัน
และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
หน้า ๔๖
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๓๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
“บัญชีม้าหาเข็ม” หมายความว่า บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลที่มีรายชื่อเป็นม้าหาเข็มในระบบหรือกระบวนการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล
“บัญชีม้าหาอ่อน” หมายความว่า บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลที่มีรายชื่อเป็นม้าหาอ่อนในระบบหรือกระบวนการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล
“ช่องทางดิจิทัล” หมายความว่า การให้บริการทางอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์เคลื่อนที่
“สาขา” หมายความว่า การให้บริการที่มีสถานที่ทำการที่แน่นอนและให้บริการโดยพนักงานของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงิน
๔.๒ หลักเกณฑ์
ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินต้องถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศฉบับนี้เพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน และรักษาความเชื่อมั่นในระบบสถาบันการเงินและระบบการชำระเงินของประเทศ โดยในกรณีที่ความเสียหายดังกล่าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับการที่ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ซึ่งเป็นมาตรฐานหรือมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตามประกาศนี้ ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินต้องมีส่วนรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตามสัดส่วนแห่งพฤติการณ์ของสถาบันการเงิน ลูกค้า ผู้ประกอบธุรกิจ รวมทั้งบุคคลอื่นตามที่แต่ละบุคคลจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งนี้ สรุปมาตรฐานและมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงินแต่ละประเภท ปรากฏรายละเอียดตามเอกสารแนบท้ายประกาศนี้
๔.๒.๑ การป้องกันการสวมรอยทำธุรกรรมแทนผู้ใช้บริการ (unauthorized payment fraud)
ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีการป้องกันการสวมรอยทำธุรกรรมแทนผู้ใช้บริการ และรักษาความมั่นคงปลอดภัยแอปพลิเคชันที่ให้บริการ e-Money Mobile Application ที่มีการให้บริการแก่ลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดา เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีดังนี้
(๑) ไม่แนบลิงก์ที่เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใช้บริการผ่านช่องทางข้อความสั้น (SMS) ช่องทางอีเมล และช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (social media)
(๒) จำกัดให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้งานแต่ละแอปพลิเคชันของผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้บริการ e-Money Mobile Application ได้บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ๑ อุปกรณ์เท่านั้น
(๓) จัดให้มีกระบวนการยืนยันตัวตนผู้ใช้บริการเพิ่มเติม โดยใช้เทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้า (face comparison) ร่วมกับการตรวจจับการปลอมแปลงชีวมิติ (presentation attack detection) ที่สามารถป้องกันการใช้รูปภาพ วิดีโอ หรือการปลอมแปลงชีวมิติในรูปแบบต่าง ๆ ได้ เช่น การใช้เทคโนโลยี liveness detection เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้บริการเป็นผู้ทำธุรกรรมด้วยตนเอง ในกรณีที่มีการทำธุรกรรมผ่านบริการ e-Money Mobile Application ในขั้นตอน ดังต่อไปนี้
หน้า ๔๗
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๓๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๓.๑) การทำธุรกรรมโอนเงินในแต่ละครั้งที่มีมูลค่าตั้งแต่ ๕๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป หรือ
(๓.๒) การทำธุรกรรมโอนเงินมูลค่ารวมกันครบทุก ๒๐๐,๐๐๐ บาท ในรอบระยะเวลา ๑ วัน หรือ
(๓.๓) การปรับเพิ่มวงเงินการทำธุรกรรมโอนเงินต่อวัน ให้สามารถโอนเงินได้ตั้งแต่ ๕๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป
(๔) ให้ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงแก้ไขแอปพลิเคชันที่ให้บริการ e-Money Mobile Application ในทันทีที่ผู้ใช้บริการเข้าใช้งานบริการดังกล่าวทุกครั้ง (anti-tampering) และไม่อนุญาตให้ผู้ใช้บริการใช้งานแอปพลิเคชันหากพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขแอปพลิเคชัน
(๕) ไม่อนุญาตให้แอปพลิเคชันที่ให้บริการ e-Money Mobile Application ทำงานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ในขณะที่มีแอปพลิเคชันอื่นซึ่งมีพฤติกรรมการทำงานที่เสี่ยงจะก่อให้เกิดการสวมรอยทำธุรกรรมแทนผู้ใช้บริการกำลังทำงาน ได้แก่ แอปพลิเคชันที่ขอสิทธิช่วยเหลือคนพิการ (accessibility services) โดยไม่จำเป็น แอปพลิเคชันที่สามารถควบคุมอุปกรณ์เคลื่อนที่จากระยะไกลได้ (remote control) แอปพลิเคชันที่มีการปิดบังหรือขโมยข้อมูลที่แสดงบนหน้าจอของผู้ใช้งาน
๔.๒.๒ การรู้จักลูกค้าและร้านค้าเพื่อป้องกันบัญชีม้า
๔.๒.๒.๑ ในการเปิดบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีกระบวนการรู้จักลูกค้า (Know Your Customer : KYC) ซึ่งลูกค้าดังกล่าวรวมถึงร้านค้าที่มาเปิดบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ด้วย โดยต้องมีกระบวนการการแสดงตนของลูกค้า (Identification) และการพิสูจน์ตัวตนลูกค้า (Verification) เพื่อป้องกันการสวมรอยหรือขโมยข้อมูลไปใช้เปิดบัญชีม้า ดังนี้
(๑) การแสดงตนของลูกค้า (Identification)
ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องได้รับข้อมูลและหลักฐานการแสดงตนที่บ่งชี้ถึงตัวลูกค้า โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
(๒) การพิสูจน์ตัวตนลูกค้า (Verification)
ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องนำข้อมูลและหลักฐานการแสดงตนของลูกค้าตามข้อ ๔.๒.๒.๑ (๑) มาตรวจสอบความถูกต้อง ความแท้จริง และความเป็นปัจจุบัน รวมถึงพิสูจน์ได้ว่าลูกค้าเป็นเจ้าของข้อมูลและหลักฐานดังกล่าวจริง โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และให้ถือปฏิบัติเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์การพิสูจน์ตัวตนลูกค้า ดังนี้
(๒.๑) การพิสูจน์ตัวตนลูกค้าด้วยผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์เอง
หน้า ๔๘
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๓๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๒.๑.๑) ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำไปใช้ชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการเฉพาะในประเทศและไม่สามารถโอนเงินได้ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการพิสูจน์ตัวตนเองคำตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
(๒.๑.๒) ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำไปใช้ชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศที่สามารถโอนเงินได้ หรือชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการเฉพาะในต่างประเทศ ให้ถือปฏิบัติเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับช่องทางการเปิดใช้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ของลูกค้า ดังต่อไปนี้
(๒.๑.๒.๑) ในการพิสูจน์ตัวตนเองคำแบบพบเห็นลูกค้าต่อหน้า (Face-to-Face) ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องตรวจสอบความถูกต้อง ความแท้จริง และความเป็นปัจจุบันของข้อมูลและหลักฐานการแสดงตนของลูกค้าจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ รวมถึงต้องพิสูจน์ว่าลูกค้าหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจทอดสุดท้ายของลูกค้านิติบุคคลนั้น (หากมี) เป็นเจ้าของข้อมูลและหลักฐานดังกล่าวจริง โดยกรณีที่ใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) เป็นหลักฐานการแสดงตน ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องตรวจสอบข้อมูลจากเครื่องอ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card Reader) และตรวจสอบสถานะของบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ผ่านระบบการตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งตรวจสอบว่าลูกค้าหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจทอดสุดท้ายของลูกค้านิติบุคคลนั้น (หากมี) เป็นเจ้าของข้อมูลและหลักฐานดังกล่าวจริง กรณีการใช้หลักฐานการแสดงตนอื่น ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
(๒.๑.๒.๒) ในการพิสูจน์ตัวตนเองคำแบบไม่พบเห็นลูกค้าต่อหน้า (Non Face-to-Face) ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องตรวจสอบความถูกต้อง ความแท้จริง และความเป็นปัจจุบันของข้อมูลและหลักฐานการแสดงตนของลูกค้าจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ รวมถึงต้องพิสูจน์ว่าลูกค้าหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจทอดสุดท้ายของลูกค้านิติบุคคลนั้น (หากมี) เป็นเจ้าของข้อมูลและหลักฐานดังกล่าวจริง โดยกรณีที่ใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์เป็นหลักฐานการแสดงตน ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องตรวจสอบข้อมูลจากเครื่องอ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์และตรวจสอบสถานะของบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ผ่านระบบการตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งต้องถ่ายภาพและบันทึกภาพลูกค้าหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจทอดสุดท้ายของลูกค้านิติบุคคลนั้น (หากมี) และใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่ได้มาตรฐานสากลหรือมาตรฐานที่ยอมรับโดยทั่วไปเปรียบเทียบภาพใบหน้าของลูกค้าหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจทอดสุดท้ายของลูกค้านิติบุคคลนั้น (หากมี) กับข้อมูลชี้วัดดิจิทัลบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นลูกค้าหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจทอดสุดท้าย
หน้า ๔๙
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๓๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ของลูกค้านิติบุคคลนั้น (หากมี) รายนั้นจริงแทนการพบเห็นต่อหน้า กรณีการใช้เอกสารหลักฐานการแสดงตนอื่น ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
กรณีผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำไปใช้ชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ ที่สามารถโอนเงินได้ หรือชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการเฉพาะในต่างประเทศ มีมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนเองจนจัดเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีความเสี่ยงต่ำ ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการพิสูจน์ตัวตนลูกค้าตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทั้งนี้ ในกรณีที่ใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์เป็นหลักฐานการแสดงตน ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องตรวจสอบสถานะของบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ผ่านระบบการตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งตรวจสอบว่าลูกค้าหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจทอดสุดท้ายของลูกค้านิติบุคคลนั้น (หากมี) เป็นเจ้าของข้อมูลและหลักฐานดังกล่าวจริง
อนึ่ง ในขณะที่ออกประกาศฉบับนี้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้กำหนดให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำไปใช้ชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศที่สามารถโอนเงินได้ หรือชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการเฉพาะในต่างประเทศ ที่มีมูลค่าในการทำธุรกรรมรวมกันไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน เป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีความเสี่ยงต่ำ
(๒.๒) การพิสูจน์ตัวตนลูกค้าผ่านระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล
ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์สามารถตรวจสอบความถูกต้อง ความแท้จริง และความเป็นปัจจุบันของข้อมูลและหลักฐานการแสดงตนของลูกค้า รวมถึงพิสูจน์ว่าลูกค้าหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจทอดสุดท้ายของลูกค้านิติบุคคลนั้น (หากมี) เป็นเจ้าของข้อมูลและหลักฐานดังกล่าวจริง ผ่านระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล เช่น ผ่าน National Digital ID Platform (NDID Platform) หรือระบบอื่นที่ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้หารือและเห็นร่วมกันกับ ธปท. ว่ามีมาตรฐานในการพิสูจน์ตัวตนที่ไม่ต่ำกว่าการพิสูจน์ตัวตนลูกค้าด้วยผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์เองแทนการพิสูจน์ตัวตนลูกค้าหรือประกอบการพิสูจน์ตัวตนลูกค้าตามข้อ ๔.๒.๒.๑ (๒.๑) ข้างต้นก็ได้
๔.๒.๒.๒ ผู้ประกอบธุรกิจบริการรับชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ต้องทำการรู้จักร้านค้าและบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจทอดสุดท้ายของร้านค้านิติบุคคลนั้น (หากมี) โดยต้องจัดให้มีการแสดงตนของร้านค้าและการพิสูจน์ทราบตัวตนของร้านค้าตามหลักเกณฑ์การแสดงตนของลูกค้าและการพิสูจน์ตัวตนของลูกค้าของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
หน้า ๕๐
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๓๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
๔.๒.๒.๓ ผู้ประกอบธุรกิจบริการโอนเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องทำการรู้จักลูกค้าและบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจทอดสุดท้ายของลูกค้านิติบุคคลนั้น (หากมี) โดยต้องจัดให้มีการแสดงตนของลูกค้าและการพิสูจน์ทราบตัวตนของลูกค้าตามหลักเกณฑ์การแสดงตนของลูกค้าและการพิสูจน์ตัวตนของลูกค้าของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
๔.๒.๓ การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าและร้านค้า
ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินต้องประเมินความเสี่ยงลูกค้าและร้านค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าและร้านค้าตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ดังนี้
(๑) เมื่อปรากฏว่าลูกค้าหรือร้านค้ารายใดเป็นเจ้าของบัญชีม้าตำ หรือบัญชีม้าเทาเข้ม หรือบัญชีม้าเทาอ่อนซึ่งถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่อาจทำให้เกิดความเสี่ยงสูงเกี่ยวกับตัวลูกค้าหรือร้านค้าดังกล่าว ทั้งกรณีความสัมพันธ์ทางธุรกิจดำเนินไปอย่างผิดปกติ และกรณีลูกค้าหรือร้านค้าอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งพฤติการณ์ของการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินกำหนดระดับความเสี่ยงของลูกค้าหรือร้านค้าที่เป็นเจ้าของบัญชีม้าตำ บัญชีม้าเทาเข้ม และบัญชีม้าเทาอ่อน เป็นลูกค้าที่มีความเสี่ยงด้านการฟอกเงินในระดับความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
(๒) การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงของลูกค้าและร้านค้าที่มีความเสี่ยงสูงข้างต้นในระดับเข้มข้น (Enhanced Customer Due Diligence: EDD) ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมจากลูกค้าและร้านค้าเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินหรือทรัพย์สิน แหล่งที่มาของฐานะความมั่นคง หรือวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรมแต่ละครั้ง รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบกิจการของลูกค้าและร้านค้า อาชีพ ชื่อและสถานที่ตั้งของที่ทำงาน หรือลายมือชื่อของผู้ทำธุรกรรม
(๓) ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินไม่สามารถตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าและร้านค้าตามข้อ ๔.๒.๓ (๒) ข้างต้นได้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กล่าวคือ ปฏิเสธการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ไม่ทำธุรกรรม ยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจ หรือไม่ทำธุรกรรมเป็นครั้งคราวกับลูกค้าและร้านค้าดังกล่าว โดยในการดำเนินการข้างต้นให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินพิจารณาดำเนินการในแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และต้องไม่เป็นไปในแนวทางสนับสนุนหรือเป็นประโยชน์ต่อการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวให้มีรายละเอียดที่แตกต่างกันตามประเภทของบัญชีม้าตำ บัญชีม้าเทาเข้ม และบัญชีม้าเทาอ่อนตามที่กำหนดในข้อ ๔.๒.๔ (๔)
หน้า ๕๑
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๓๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
๔.๒.๔ การจำกัดความเสียหายและจัดการบัญชีม้า
ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินต้องดำเนินการจำกัดความเสียหายและ
จัดการบัญชีม้า ดังนี้
(๑) ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องจัดให้มีการแจ้งเตือนลูกค้า
ที่เป็นบุคคลธรรมดาผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งทันทีเมื่อมีเงินออกจากบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้บริการ
ผ่านช่องทางดิจิทัล ผู้ประกอบธุรกิจบริการบัตรเครดิตและผู้ประกอบธุรกิจบริการบัตรเดบิตต้องจัดให้มี
การแจ้งเตือนลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งทันทีเมื่อมีการทำธุรกรรมชำระเงิน
ด้วยบัตร หรือเบิกถอนเงินจากบัตรเครดิตผ่านช่องทางดิจิทัล ทั้งนี้ การแจ้งเตือนดังกล่าวข้างต้น
ต้องไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย เช่น การแจ้งเตือนผ่านบริการ e-Money Mobile Application
(In-App Notifications) บัญชีทางการบนแพลตฟอร์มส่งข้อความ (เช่น LINE Official Account)
ข้อความสั้น (SMS) อีเมล
(๒) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินระงับการทำธุรกรรม ยกเลิก
การระงับการทำธุรกรรม แจ้งสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่รับโอนถัดไป รวมทั้งนำข้อมูล
เข้าสู่ระบบหรือกระบวนการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล ตามข้อปฏิบัติที่ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกัน
และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) กำหนด
(๓) กรณีได้รับแจ้งรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรม
ทางเทคโนโลยีตามประกาศในมาตรา ๘/๕ (๖) แห่งพระราชกำหนด จากศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกัน
และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินดำเนินการ
ตามมาตรา ๔/๒ แห่งพระราชกำหนด โดยในการดำเนินการตามมาตรา ๔/๒ ข้างต้น ให้ผู้ประกอบ
ธุรกิจบริการการชำระเงินพิจารณาดำเนินการในแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการป้องกันและปราบปราม
อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และต้องไม่เป็นไปในแนวทางสนับสนุนหรือเป็นประโยชน์ต่อการก่ออาชญากรรม
ทางเทคโนโลยี และหากศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.)
กำหนดข้อปฏิบัติเกี่ยวกับมาตรา ๔/๒ แห่งพระราชกำหนด ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงิน
ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.)
นั้น
(๔) เมื่อผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินได้รับรายชื่อเจ้าของบัญชีม้า
และได้ปรับระดับความเสี่ยงลูกค้าหรือร้านค้าเป็นลูกค้าหรือร้านค้าที่มีความเสี่ยงสูงตามข้อ ๔.๒.๓ แล้ว
ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินดำเนินการตามประเภทของบัญชีม้า ดังนี้
(๔.๑) บัญชีม้าด้า
(๔.๑.๑) ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องไม่ทำ
ธุรกรรมกับลูกค้า โดยระงับการทำธุรกรรมทั้งไม่ให้เงินเข้าและออกจากบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์
ที่ให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลทุกบัญชี รวมทั้งปฏิเสธการเปิดบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้กับลูกค้านั้น
หน้า ๕๒
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๓๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๔.๑.๒) ผู้ประกอบธุรกิจบริการบัตรเครดิตต้องไม่ทำธุรกรรมกับลูกค้า โดยระงับการทำธุรกรรมไม่ให้เงินออกจากบัญชีบัตรเครดิตและระงับการใช้บัตรเครดิตทุกใบของลูกค้า รวมทั้งปฏิเสธการออกบัตรเครดิตให้กับลูกค้านั้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตยังสามารถรับชำระหนี้จากลูกค้าได้
(๔.๑.๓) ผู้ประกอบธุรกิจบริการรับชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์และผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องไม่ทำธุรกรรมกับร้านค้า โดยระงับการให้บริการและระงับการโอนเงินไปยังบัญชีใด ๆ ของร้านค้า รวมทั้งปฏิเสธการให้บริการกับบุคคลที่มาขอใช้บริการเป็นร้านค้าซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าของบัญชีม้าตำ
(๔.๑.๔) ผู้ประกอบธุรกิจบริการโอนเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องปฏิเสธการให้บริการโอนเงินกับลูกค้าที่เป็นผู้โอนหรือผู้รับโอน
ทั้งนี้ หากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพิกถอนรายชื่อลูกค้าหรือร้านค้ารายใดออกจากรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งควรได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตามกฎกระทรวงว่าด้วยการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินสามารถทำธุรกรรมและเปิดบัญชีกับลูกค้าหรือร้านค้ารายดังกล่าวได้
(๔.๒) บัญชีม้าเทาเข้ม
(๔.๒.๑) ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องไม่ทำธุรกรรมกับลูกค้า โดยระงับการทำธุรกรรมทั้งไม่ให้เงินเข้าและออกจากบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลทุกบัญชี รวมทั้งปฏิเสธการเปิดบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้กับลูกค้านั้น
(๔.๒.๒) ผู้ประกอบธุรกิจบริการบัตรเครดิตต้องไม่ทำธุรกรรมกับลูกค้า โดยระงับการทำธุรกรรมไม่ให้เงินออกจากบัญชีบัตรเครดิตและระงับการใช้บัตรเครดิตทุกใบของลูกค้า รวมทั้งปฏิเสธการออกบัตรเครดิตให้กับลูกค้านั้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตยังสามารถรับชำระหนี้จากลูกค้าได้
(๔.๒.๓) ผู้ประกอบธุรกิจบริการรับชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์และผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องไม่ทำธุรกรรมกับร้านค้า โดยระงับการให้บริการและระงับการโอนเงินไปยังบัญชีใด ๆ ของร้านค้า รวมทั้งปฏิเสธการให้บริการกับบุคคลที่มาขอใช้บริการเป็นร้านค้าซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าของบัญชีม้าเทาเข้ม
(๔.๒.๔) ผู้ประกอบธุรกิจบริการโอนเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องปฏิเสธการให้บริการโอนเงินกับลูกค้าที่เป็นผู้โอนหรือผู้รับโอน
ทั้งนี้ ให้ดำเนินการจนกว่าจะปลดรายชื่อลูกค้าจากระบบหรือกระบวนการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล
หน้า ๕๓
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๓๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๔.๓) บัญชีมาเทาอ่อน
(๔.๓.๑) ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องไม่ทำธุรกรรมกับลูกค้า โดยระงับการทำธุรกรรมทั้งไม่ให้เงินเข้าและออกจากบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลทุกบัญชี ทั้งนี้ ให้ดำเนินการจนกว่าผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูงในระดับเข้มข้น (Enhanced Customer Due Diligence: EDD) ตามข้อ ๔.๒.๓ (๒) แบบพบหน้าลูกค้าที่สาขาหรือสำนักงานใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว หรือดำเนินการอย่างอื่นที่เทียบเท่ากัน แล้วพบว่ามีข้อมูลและหลักฐานที่สามารถชี้แจงได้ว่าบัญชีใดไม่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์จึงทำธุรกรรมกับลูกค้าเฉพาะบัญชีนั้นได้ รวมทั้งปฏิเสธการเปิดบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้กับลูกค้านั้น
(๔.๓.๒) ผู้ประกอบธุรกิจบริการบัตรเครดิตต้องไม่ทำธุรกรรมกับลูกค้า โดยระงับการทำธุรกรรมไม่ให้เงินออกจากบัญชีบัตรเครดิตและระงับการใช้บัตรเครดิตทุกใบของลูกค้า ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจบริการบัตรเครดิตยังสามารถรับชำระหนี้จากลูกค้าได้ และให้ดำเนินการจนกว่าผู้ประกอบธุรกิจบริการบัตรเครดิตได้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูงในระดับเข้มข้น (Enhanced Customer Due Diligence: EDD) ตามข้อ ๔.๒.๓ (๒) แบบพบหน้าลูกค้าที่สาขาหรือสำนักงานใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจบริการบัตรเครดิตดังกล่าว หรือดำเนินการอย่างอื่นที่เทียบเท่ากัน แล้วพบว่ามีข้อมูลและหลักฐานที่สามารถชี้แจงได้ว่าบัตรใดไม่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผู้ประกอบธุรกิจบริการบัตรเครดิตจึงทำธุรกรรมกับลูกค้าเฉพาะบัตรนั้นได้ รวมทั้งปฏิเสธการออกบัตรเครดิตให้กับลูกค้านั้น
(๔.๓.๓) ผู้ประกอบธุรกิจบริการรับชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์และผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องไม่ทำธุรกรรมกับร้านค้า โดยระงับการให้บริการและระงับการโอนเงินไปยังบัญชีใด ๆ ของร้านค้า ทั้งนี้ ให้ดำเนินการจนกว่าผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินดังกล่าวจะได้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับร้านค้าที่มีความเสี่ยงสูงในระดับเข้มข้น (Enhanced Customer Due Diligence: EDD) ตามข้อ ๔.๒.๓ (๒) แบบพบหน้าที่สาขาหรือสำนักงานใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินดังกล่าว หรือดำเนินการอย่างอื่นที่เทียบเท่ากัน แล้วพบว่ามีข้อมูลและหลักฐานที่สามารถชี้แจงได้ว่าบัญชีของร้านค้าใดไม่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินดังกล่าวจึงสามารถให้บริการและโอนเงินไปยังบัญชีของร้านค้านั้นได้ รวมทั้งปฏิเสธการให้บริการกับบุคคลที่มาขอใช้บริการเป็นร้านค้าซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าของบัญชีมาเทาอ่อน
(๔.๓.๔) ผู้ประกอบธุรกิจบริการโอนเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องปฏิเสธการให้บริการโอนเงินกับลูกค้าที่เป็นผู้โอนหรือผู้รับโอน
หน้า ๕๔
เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๓๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ทั้งนี้ ให้ดำเนินการจนกว่าจะปลดรายชื่อลูกค้าจากระบบหรือกระบวนการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล
หากบุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีม้าดำ บัญชีม้าเทาเข้ม และบัญชีม้าเทาอ่อน รายใดได้รับการประกาศรายชื่อโดยศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) ว่าเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตามมาตรา ๘/๕ (๖) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินดำเนินการตามข้อ ๔.๒.๔ (๓) แทนการดำเนินการตามข้อ ๔.๒.๔ (๔) ตามแต่กรณี
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ข้อ ๔.๒.๔ (๔) ไม่นำมาบังคับใช้ในกรณีการให้บริการการชำระเงินภายใต้การกำกับตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน ที่สนับสนุนหรือดำเนินการตามมาตรการหรือโครงการสวัสดิการของภาครัฐ
๔.๒.๕ กระบวนการรับแจ้งเหตุที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ประกอบธุรกิจบริการบัตรเครดิต ผู้ประกอบธุรกิจบริการบัตรเดบิต และผู้ประกอบธุรกิจบริการโอนเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ต้องจัดให้มีช่องทางติดต่อเร่งด่วน (hotline) ทางโทรศัพท์ หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ลูกค้าสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินเพื่อแจ้งเหตุที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้ทั้งในและนอกเวลาทำการ
๕. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘
วิทัย รัตนากร
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
เอกสารแนบ
มาตรฐานและมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงินแต่ละประเภท
| หลักเกณฑ์ | ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับอนุญาต โดยไม่รวมผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ในวงจำกัด (ขึ้นทะเบียน)๑ | ผู้ประกอบธุรกิจบริการบัตรเครดิต๑ | ผู้ประกอบธุรกิจบริการรับชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ | ผู้ประกอบธุรกิจโอนเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ |
|---|---|---|---|---|
| ๔.๒.๑ การป้องกันการสวมรอยทำธุรกรรมแทนผู้ใช้บริการ (unauthorized payment fraud) | ☑ และการให้บริการผ่านแอปพลิเคชันที่มีการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ซึ่งสามารถโอนเงินไปยังบัญชีของบุคคลอื่นที่มีอยู่กับผู้ให้บริการทางการเงินอื่น | - | - | - |
| ๔.๒.๒ การรู้จักลูกค้าและร้านค้าเพื่อป้องกันบัญชีม้า | ☑ | - | ☑ | ☑ |
| ๔.๒.๓ การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าและร้านค้า | ☑ | ☑ | ☑ | ☑ |
| ๔.๒.๔ การจำกัดความเสียหายและจัดการบัญชีม้า | ||||
| (๑) จัดให้มีการแจ้งเตือนลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาทันที โดยต้องไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย ผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง | ☑ เมื่อมีเงินออกจากบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล | ☑ เมื่อมีการทำธุรกรรมชำระเงินด้วยบัตร หรือเบิกถอนเงินจากบัตรเครดิตผ่านช่องทางดิจิทัล | - | - |
| (๒) ระงับการทำธุรกรรม ยกเลิกการระงับการทำธุรกรรม แจ้งสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่รับโอนถัดไป รวมทั้งนำข้อมูลเข้าสู่ระบบหรือกระบวนการเปิดเผย หรือแลกเปลี่ยนข้อมูล ตามข้อปฏิบัติที่ ศปอท. กำหนด | ☑ | ☑ | ☑ | ☑ |
| หลักเกณฑ์ | ผู้ประกอบธุรกิจบริการ เงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับ อนุญาต โดยไม่รวมผู้ประกอบ ธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ในวงจำกัด (ขึ้นทะเบียน)* | ผู้ประกอบธุรกิจบริการ บัตรเครดิต | ผู้ประกอบธุรกิจบริการ รับชำระเงินด้วยวิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ | ผู้ประกอบธุรกิจโอนเงิน ด้วยวิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์ |
|---|---|---|---|---|
| (๓) กรณีได้รับแจ้งรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด อาชญากรรมทางเทคโนโลยีตามประกาศในมาตรา ๘/๕ (๖) แห่งพระราชกำหนด จาก ศปอท. ให้ดำเนินการตามมาตรา ๔/๒ แห่งพระราชกำหนด โดยในการดำเนินการตามมาตรา ๔/๒ ข้างต้น ให้พิจารณาดำเนินการในแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการป้องกันและ ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และต้องไม่เป็นไปในแนวทาง สนับสนุนหรือเป็นประโยชน์ต่อการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ หาก ศปอท. กำหนดข้อปฏิบัติเกี่ยวกับมาตรา ๔/๒ แห่งพระราช กำหนด ให้ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติของ ศปอท. นั้น | ☑ | ☑ | ☑ | ☑ |
| (๔) เมื่อได้รับรายชื่อเจ้าของบัญชีมา และได้ ปรับระดับความเสี่ยงลูกค้าหรือร้านค้าเป็น ลูกค้าหรือร้านค้าที่มีความเสี่ยงสูงตามข้อ ๔.๒.๓ (๑) แล้ว ให้ดำเนินการตาม ประเภทของบัญชีมา | (๔.๑) บัญชีม้าดำ | ☑ | ☑ | ☑ |
| (๔.๒) บัญชีม้าเท่าข่ม | ☑ | ☑ | ☑ | |
| (๔.๓) บัญชีม้าเท่าอ่อน | ☑ | ☑ | ☑ | |
| ๔.๒.๕ กระบวนการรับแจ้งเหตุที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทาง เทคโนโลยี | ☑ | ☑ | - |
- ไม่รวมบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ในวงจำกัด (ขึ้นทะเบียน)
** ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการบัตรเครดิตปฏิบัติตามข้อ ๔.๒.๔ (๑) ทั้งนี้ สำหรับหลักเกณฑ์ข้ออื่น ๆ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยมาตรฐานและมาตรการ
เพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับสถาบันการเงิน
☑ ให้ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์มาตรฐานและมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยระบบ
การชำระเงิน