CPOT_Noti - TechCrime Blacklist 2
หน้า ๔๐
เล่ม ๑๔๓ ตอนพิเศษ ๘๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ เมษายน ๒๕๖๙
ประกาศศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
เรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศ และเพิกถอนรายชื่อบุคคล
ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๙
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศ และเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๙ ลงวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ เพื่อให้การพิจารณาประกาศ และเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีกระบวนการดำเนินงานที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘/๕ (๖) แห่งพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศ และเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๙”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๖/๑ ของหมวด ๑ การประกาศรายชื่อบุคคลของประกาศศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศ และเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๙
“ข้อ ๖/๑ ในประกาศนี้ กระบวนการระงับการทำธุรกรรม ได้แก่
(๑) การระงับการทำธุรกรรมโดยสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจ เนื่องจากพบเหตุอันควรสงสัยเองหรือได้รับข้อมูลจากระบบหรือกระบวนการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลตามมาตรา ๔ หรือได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจดำเนินคดีอาญาหรือเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีกระบวนการ ดังต่อไปนี้
(ก) สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจพบเหตุอันควรสงสัยเองหรือได้รับข้อมูลจากระบบหรือกระบวนการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลตามมาตรา ๔ ว่าบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ใดถูกใช้หรืออาจถูกใช้ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือการกระทำความผิดมูลฐาน
หน้า ๔๑
เล่ม ๑๔๓ ตอนพิเศษ ๘๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ เมษายน ๒๕๖๙
หรือความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือได้รับแจ้งเหตุดังกล่าวจากเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจดำเนินคดีอาญาหรือเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
(ข) สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่รับโอนถัดไปทุกทอด ระงับการทำธุรกรรมของบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ตามที่พบเหตุอันควรสงสัยหรือได้รับข้อมูลหรือได้รับแจ้ง ไว้ทันทีเป็นการชั่วคราวไม่เกินเจ็ดวันนับแต่วันที่พบเหตุอันควรสงสัยหรือได้รับข้อมูลหรือได้รับแจ้ง
(ค) สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้ระงับการทำธุรกรรมตาม (ข) แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจดำเนินคดีอาญาหรือเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินดำเนินการตรวจสอบ
(ง) เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจดำเนินคดีอาญาหรือเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตรวจสอบแล้ว ปรากฏพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์นั้นถูกใช้ในการกระทำความผิด และได้แจ้งผลการดำเนินการให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการตามกฎหมายต่อไปภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการระงับการทำธุรกรรม
(๒) การระงับการทำธุรกรรมโดยสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจ เนื่องจากได้รับแจ้งจากผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ถือบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ มีกระบวนการ ดังต่อไปนี้
(ก) มีผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ถือบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ แจ้งสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจ ว่าได้มีการทำธุรกรรมโดยโอนเงินไปยังบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้าข่ายเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
(ข) สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับแจ้งตาม (ก) ระงับการทำธุรกรรมนั้นไว้ชั่วคราว
(ค) ผู้เสียหายตาม (ก) ได้ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมง
(ง) พนักงานสอบสวนที่ได้รับคำร้องทุกข์จากผู้เสียหายตาม (ค) แจ้งให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับการทำธุรกรรมไว้ทราบถึงการร้องทุกข์นั้น
(จ) สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนตาม (ง) ระงับการทำธุรกรรมนั้นไว้ต่อไปอีกไม่เกินเจ็ดวันนับแต่วันที่พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์จากผู้เสียหายตาม (ค)
(ฉ) พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์จากผู้เสียหายตาม (ค) แจ้งให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจระงับการทำธุรกรรมไว้ต่อไปภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งความร้องทุกข์
(๓) การระงับการทำธุรกรรมโดยคำสั่งของ ศปอท. มีกระบวนการ ดังต่อไปนี้
หน้า ๔๒
เล่ม ๑๔๓ ตอนพิเศษ ๘๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ เมษายน ๒๕๖๙
(ก) ศปอท. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ถือบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ ว่าได้มีการทำธุรกรรมโดยโอนเงินไปยังบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้าข่ายเกี่ยวข้องกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือได้รับแจ้งเหตุดังกล่าวจากเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจดำเนินคดีอาญาหรือ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
(ข) ศปอท. ตรวจสอบแล้วปรากฏพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าบัญชีเงินฝากหรือ บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ตาม (ก) เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
(ค) ศปอท. มีคำสั่งให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจระงับการทำธุรกรรมที่เป็น บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี"
ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๗ ของประกาศศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยี เรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศ และเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ การกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๗ การพิจารณาประกาศรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี ศปอท. จะพิจารณาจากบุคคลที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นบุคคลที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกระงับการทำธุรกรรม โดยกระบวนการระงับการทำธุรกรรมกระบวนการหนึ่งกระบวนการใดตามข้อ ๖/๑ ซึ่งได้ดำเนินการครบ ตลอดทั้งกระบวนการนั้น
(๒) เป็นบุคคลที่ถูกกำหนดเป็นรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งควรได้รับการเฝ้าระวัง อย่างใกล้ชิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการกระทำ ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
(๓) เป็นบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดว่ามีความผิดตามมาตรา ๙”
ข้อ ๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๗/๑ และข้อ ๗/๒ ของประกาศศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศ และเพิกถอน รายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๙
“ข้อ ๗/๑ ศปอท. จะรับแจ้งยืนยันรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีจากหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังต่อไปนี้
(๑) เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจดำเนินคดีอาญา สำหรับบุคคลที่มีลักษณะตามข้อ ๗ (๑) และ (๓)
(๒) สำนักงาน ปปง. สำหรับบุคคลที่มีลักษณะตามข้อ ๗ (๒)
ข้อ ๗/๒ การแจ้งยืนยันรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับบุคคลที่มีลักษณะตามข้อ ๗ (๑) ต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน และวันเดือนปีเกิด สำหรับกรณีบุคคล ซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ต้องมีชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด สัญชาติ และเลขที่หนังสือเดินทางของบุคคล หรือข้อมูลอื่นที่สามารถระบุตัวตนของบุคคลได้
หน้า ๔๓
เล่ม ๑๔๓ ตอนพิเศษ ๘๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ เมษายน ๒๕๖๙
(๒) เลขที่ของบัญชีเงินฝาก หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือเลขที่กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล ของบุคคลตาม (๑)
(๓) เลขรับข้อร้องเรียนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจ (Bank Case ID) และเลขคำแจ้งความของพนักงานสอบสวน หรือเลขคดีอาญา (Police Case ID)
(๔) พฤติการณ์แห่งคดีที่เป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และสถานะปัจจุบันของคดี
(๕) คำสั่งยึดหรืออายัดบัญชีของบุคคล
(๖) ชื่อ นามสกุล ตำแหน่ง สังกัด เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือข้อมูลอื่นที่สามารถ ติดต่อได้ของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจดำเนินคดีอาญาผู้แจ้งยืนยันรายชื่อบุคคล
การแจ้งยืนยันรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับบุคคลที่มีลักษณะตามข้อ ๗ (๒) ต้องประกอบด้วยข้อมูลที่สำนักงาน ปปง. ได้ใช้ในการพิจารณา กำหนดรายชื่อบุคคลดังกล่าว”
ข้อ ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๘/๑ ของประกาศศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและ ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศ และเพิกถอนรายชื่อบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๙
“ข้อ ๘/๑ ให้รายชื่อบุคคลที่ ศปอท. ประกาศเป็นรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด อาชญากรรมทางเทคโนโลยีตามข้อ ๘ มีกำหนดระยะเวลาสามปีนับแต่วันที่ประกาศ โดย ศปอท. อาจประกาศรายชื่อบุคคลดังกล่าวต่อไปได้อีกคราวละไม่เกินสามปี”
ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความในข้อ ๙ ของประกาศศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยี เรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศ และเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ การกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๙ ศปอท. จะพิจารณาประกาศเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด อาชญากรรมทางเทคโนโลยีตามข้อ ๘ ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามข้อ ๘/๑ และ ศปอท. ไม่ได้รับแจ้งยืนยันให้ประกาศ รายชื่อบุคคลดังกล่าวต่อไปอีก
(๒) ศปอท. ได้รับแจ้งยืนยันจากเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจดำเนินคดีอาญา ว่าบุคคลดังกล่าว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือไม่มีความผิดตามกฎหมายว่าด้วย มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือไม่มีเหตุที่จะประกาศรายชื่อบุคคล ดังกล่าวต่อไป และเห็นควรให้ประกาศเพิกถอนรายชื่อบุคคลดังกล่าว
(๓) มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากไม่รับดำเนินการจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง”
หน้า ๔๔
เล่ม ๑๔๓ ตอนพิเศษ ๘๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ เมษายน ๒๕๖๙
ข้อ ๘ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๙/๑ ของประกาศศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศ และเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๙
“ข้อ ๙/๑ เมื่อ ศปอท. พิจารณาประกาศเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้ดำเนินการผ่านช่องทางหรือวิธีการตามข้อ ๔ แล้ว ให้ถือเป็นการแจ้งเพิกถอนรายชื่อบุคคลหรือเลขที่กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามมาตรา ๔/๒ และให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องยกเลิกการปฏิเสธการเปิดบัญชี การระงับการให้บริการหรือการทำธุรกรรม หรือการปิดบัญชีกับบุคคลที่มีรายชื่อดังกล่าว แล้วแต่กรณี ตามที่หัวหน้า ศปอท. กำหนดต่อไป”
ข้อ ๙ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๐ ของประกาศศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศ และเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๑๐ กรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือได้รับแจ้งยืนยันจากเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจดำเนินคดีอาญา ว่าเห็นควรเพิกถอนเฉพาะการระงับการให้บริการหรือการทำธุรกรรมที่เป็นบัญชีเงินฝากของบุคคลที่ ศปอท. ประกาศเป็นรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามข้อ ๘ ศปอท. จะพิจารณาประกาศเพิกถอนการระงับการให้บริการหรือการทำธุรกรรมของบุคคลที่มีบัญชีเงินฝากเป็นการเฉพาะรายบัญชีเงินฝากเพียงหนึ่งบัญชีของบุคคลนั้นเพื่อการยังชีพก็ได้”
ข้อ ๑๐ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๓ วิธีการพิจารณา ข้อ ๑๐/๑ ข้อ ๑๐/๒ และข้อ ๑๐/๓ ของประกาศศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศ และเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๙
“หมวด ๓
วิธีการพิจารณา
ข้อ ๑๐/๑ การพิจารณารายชื่อบุคคลที่ได้รับแจ้งยืนยันจากเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจดำเนินคดีอาญา เพื่อการประกาศรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือประกาศเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้ดำเนินการโดยคณะทำงานซึ่งประกอบด้วยผู้แทนที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าร่วมปฏิบัติงานใน ศปอท. ตามมาตรา ๘/๖ และมี ศปอท. ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะทำงาน
ข้อ ๑๐/๒ การพิจารณาของคณะทำงานต้องมีหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามข้อ ๗/๑ ซึ่งได้แจ้งยืนยันรายชื่อบุคคลร่วมพิจารณาด้วย
หน้า ๔๕
เล่ม ๑๔๓ ตอนพิเศษ ๘๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ เมษายน ๒๕๖๙
ข้อ ๑๐/๓ กรณีที่ ศปอท. ประกาศเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนตามข้อ ๙ (๓) ให้ ศปอท. ดำเนินการไปก่อนได้ แต่ให้รายงานการเพิกถอนรายชื่อบุคคลสำหรับกรณีดังกล่าวต่อคณะทำงานโดยไม่ชักช้า”
ข้อ ๑๑ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๔ การทบทวนรายชื่อบุคคล ข้อ ๑๐/๔ และ ข้อ ๑๐/๕ ของประกาศศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศ และเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๙
“หมวด ๔
การทบทวนรายชื่อบุคคล
ข้อ ๑๐/๔ ก่อนครบกำหนดระยะเวลารายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตามข้อ ๘/๑ ให้ ศปอท. ส่งรายชื่อบุคคลดังกล่าวให้เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจดำเนินคดีอาญาซึ่งได้แจ้งยืนยันรายชื่อบุคคลนั้น พิจารณาตรวจสอบความจำเป็นในการประกาศรายชื่อบุคคลดังกล่าว พร้อมแจ้งกำหนดระยะเวลาในการแจ้งผลการพิจารณาตรวจสอบด้วย
ข้อ ๑๐/๕ ให้เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจดำเนินคดีอาญาแจ้งผลการพิจารณาตรวจสอบให้ ศปอท. พิจารณาดำเนินการต่อไปภายในระยะเวลาที่กำหนดตามข้อ ๑๐/๔ และในกรณีที่เห็นควรให้ ศปอท. ประกาศรายชื่อบุคคลดังกล่าวต่อไป ให้แจ้งยืนยันรายชื่อบุคคลนั้น พร้อมด้วยข้อมูลตามข้อ ๗/๒ ที่ได้ปรับปรุงเป็นปัจจุบัน
หากไม่มีการแจ้งผลการพิจารณาตรวจสอบภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง หรือแจ้งผลการพิจารณาตรวจสอบแต่ไม่มีความเห็นยืนยันให้ประกาศรายชื่อบุคคลดังกล่าวต่อไป ให้ ศปอท. พิจารณาประกาศเพิกถอนรายชื่อบุคคลนั้น”
ข้อ ๑๒ การดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณาประกาศ และเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ได้ดำเนินการไปก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ แต่ยังมิได้ประกาศเป็นรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือประกาศเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้พิจารณาดำเนินการต่อไปภายใต้หลักเกณฑ์ตามประกาศนี้
ข้อ ๑๓ บรรดารายชื่อบุคคลที่ ศปอท. ได้ประกาศเป็นรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแล้ว ตามหลักเกณฑ์ของประกาศศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศ และเพิกถอน รายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๙ ลงวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ให้มีกำหนดระยะเวลาสามปีนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ
หน้า ๔๖
เล่ม ๑๔๓ ตอนพิเศษ ๘๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ เมษายน ๒๕๖๙
ข้อ ๑๔ บรรดาแนวปฏิบัติในการพิจารณา การส่งข้อมูล การเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล หรือการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหัวหน้า ศปอท. กำหนดตามข้อ ๕ ของประกาศศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศ และเพิกถอน รายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๙ ลงวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ที่อ้างถึงข้อ ๗ (๓) ของประกาศศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยี เรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศ และเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ การกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๙ ลงวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ให้ถือว่าอ้างถึงข้อ ๗ (๒) ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมตามประกาศนี้
ข้อ ๑๕ ให้หัวหน้า ศปอท. รักษาการตามประกาศนี้ และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัย ขี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
พงศธร วรรณสุคนธ์
รองหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปราม
อาชญากรรมทางเทคโนโลยี รักษาราชการแทน
หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปราม
อาชญากรรมทางเทคโนโลยี